พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการนัดหมายที่จะมีการพบและพูดคุยกับพรรคการเมืองของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ว่า จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยวัน เวลา และสถานที่ ที่ชัดเจนได้ พร้อมย้ำว่า การจะปลดล็อกทางการเมือง เพื่อให้เกิดการดำเนินกิจกรรมอย่างเต็มที่ จะเกิดขึ้นหลังจากที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เหลืออีก 2 ฉบับ ประกาศใช้ ตอนนี้ถือว่าจะเป็นการคลายล็อกทางการเมืองเท่านั้น ซึ่งถือว่าขนาดนี้ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด

ส่วนกรณีที่ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า มีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้ผลการชนะแบบเบ็ดเสร็จและอาจจะต้องรวมตัวเป็นรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้จะทำได้อย่างไร โดยหากจะทำได้ก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกคน ส่วนกรณีกระแสความต้องการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะน่าจะเป็นเรื่องของรัฐบาลหน้า ที่มาจากการเลือกตั้ง อยากจะให้ไปสอบถามกับ นายเอนก เอง

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีผู้ออกมาท้วงติงว่าเหตุใดไม่รอให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการ ว่า ประเทศไทยยังไม่เคยมีพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติมาก่อน รัฐบาลเพียงเริ่มต้นให้ หากทำไม่สำเร็จก็สามารถแก้ไขได้เมื่อครบ 5 ปี และการจัดทำผู้ร่างก็คิดรอบคอบแล้ว

“คนมีอายุก็คิดเหมือนคนอายุ 20 กว่าปีเหมือนกัน ทำไมต้องมาว่าคนอายุ 60 ปีจะต้องคิดแบบคนอายุ 60 ปี เขาคิดแล้วว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ใครจะไปคิดถอยหลัง” พล.อ.ประวิตร กล่าว