หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมบันทึกข้อตกลงโครงการคืนคนดีสู่สังคม  

บันทึกข้อตกลงโครงการคืนคนดีสู่สังคม  


 
บริษัท ไนซ์ คอล จำกัด ร่วม กรมราชทัณฑ์ เซ็น MOU ฝึกทักษะการทำงานให้กับผู้ต้องขัง
นำไปประกอบอาชีพสุจริตหลังพ้นโทษ


 
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 66 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, นายศรัณย์ เวชสุภาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บริษัท ไนซ์ คอล จำกัด, ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานที่ปรึกษาโครงการคืนคนดีสู่สังคม โดยความร่วมมือระหว่างกรมราชทัณฑ์ และ บริษัท ไนซ์ คอล จำกัด, นายนพพล ชูกลิ่น ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไนซ์คอล จำกัด และ ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย ข้าราชการ กรมราชทัณฑ์ เรือนจำ/ทัณฑสถาน และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและส่งเสริมทักษะการทำงานให้แก่ผู้ต้องขัง ประเภทการขายทางโทรศัพท์ Telesales ภายในเรือนจำ ณ ห้อง learning studio ชั้น 1 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)


นอกจากบทบาทการเป็นกรรมการบริษัท ไนซ์ คอล จำกัด นายศรัณย์ เวชสุภาพร ยังมีตำแหน่งเป็น นายกสมาคมการค้าศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (Thai Contact Center Association) ได้กล่าวถึงข้อตกลงดังกล่าวในพิธีว่า “พวกเรามีอาชีพเป็น Telesales ซึ่งเป็นอาชีพที่สุจริต ซึ่งผมยังเห็นว่าอุตสาหกรรรมนี้ยังต้องการคนทำงานอีกเยอะ เราสามารถช่วยพัฒนาทักษะการเป็น Telesales ให้กับกลุ่มเป้าหมายในโครงการ ฝึกให้สามารถนำไปประกอบวิชาชีพได้ เมื่อพวกเขาพ้นโทษออกมาก็จะหางานทำได้ง่าย โครงการนี้นอกจากสร้างรายได้ให้ผู้ต้องขังแล้ว ยังส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีความสามารถ พ้นโทษออกมาหาเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างสุจริตแน่นอน จึงเห็นว่าตอบโจทย์ ดีต่อสังคม และประเทศชาติ”


 
นายอายุตม์ฯ ในฐานะอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้กล่าวถึงการบันทึกข้อตกลงดังกล่าวว่าตามนโยบายกระทรวงยุติธรรม ด้านการสร้างการยอมรับของผู้พ้นโทษ โดยเล็งเห็นถึงความจำเป็นของการมีงานทำภายหลังพ้นโทษ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ กรมราชทัณฑ์จึงได้พิจารณาแนวทางในการพัฒนาทักษะฝีมือในการทำงานของผู้ต้องขัง ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม โดยการเปิดโอกาสให้ภาครัฐและเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสให้กับผู้ต้องขังทั้งขณะต้องโทษ และภายหลังพ้นโทษ โดยให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุน ได้มีโอกาส สนับสนุนงานฝึกวิชาชีพและส่งเสริมทักษะวิชาชีพผู้ต้องขังในการทำงานประเภทต่าง ๆ ร่วมกับเรือนจำที่มีศักยภาพ ส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้ฝึกวิชาชีพและทักษะการทำงานในเรือนจำ/ทัณฑสถาน อันจะเป็นการสร้างการเรียนรู้ในการปรับตัวของผู้ต้องขังก่อนปล่อยตัวพ้นโทษ สร้างโอกาสในการมีงานทำ ภายหลังพ้นโทษ และสร้างการยอมรับของสังคมต่อภารกิจในด้านการพัฒนาพฤตินิสัย ของกรมราชทัณฑ์


บันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขัง ฝึกวิชาชีพและส่งเสริมทักษะการทำงานให้แก่ผู้ต้องขัง ประเภทการขายทางโทรศัพท์ Telesales ภายในเรือนจำ ลักษณะการให้บริการทางโทรศัพท์ในการจำหน่ายสินค้าและบริการด้านต่าง ๆ
 
สำหรับการขายทางโทรศัพท์ Telesales นั้นมีความแตกต่างจากการขายแบบค้าปลีกทั่วไป เนื่องจากการขายทางโทรศัพท์ ลูกค้าไม่ได้พบปะกับผู้ขายแบบตัวต่อตัว และเห็นสินค้าจริงที่นำเสนอ นอกจากนั้น ส่วนใหญ่ลูกค้าต้องชำระค่าสินค้าก่อนจะได้รับสินค้า ซึ่งนักขายทางโทรศัพท์จะต้องมีการเตรียมพร้อมที่จะให้บริการแก่ลูกค้าตลอดเวลา ซึ่งผู้ต้องขังจะได้รับการฝึกวิชาชีพเกี่ยวกับการขายสินค้าและบริการ ทักษะการพูด การรับฟัง การพิชิตใจลูกค้า รวมทั้งแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปใช้ประโยชน์ได้ภายหลังพ้นโทษ


อธิบดีกรมราชทัณฑ์ยังกล่าวอีกว่า “ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน ผมเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ การมีอาชีพ มีรายได้ การลดการกระทำผิดซ้ำ และการคืนคนดีสู่สังคม”
 
ภายหลังจากการกล่าวแนะนำโครงการ ก็เข้าสู่พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึก วิชาชีพและส่งเสริมทักษะการทางานให้แก่ผู้ต้องขัง ภายในเรือนจา ระหว่างกรมราชทัณฑ์ กับ บริษัท ไนซ์ คอล จากัด โดยผู้ลงนามในข้อตกลงในครั้งนี้ ได้แก่ นายศรัณย์ เวชสุภาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายนพพล ชูกลิ่น ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไนซ์คอล จำกัด และ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์
 
สำหรับโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและส่งเสริมทักษะการทำงานให้แก่ผู้ต้องขัง ประเภทการขายทางโทรศัพท์ Telesales ภายในเรือนจำนั้น เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ด้วยจำนวน 29 ที่นั่ง และเมื่อต้นปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ได้ขยายเพิ่มเป็น 76 ที่นั่ง โดยในปีนี้ ทางโครงการมีเป้าหมายในการขยายเพิ่มอีก 100 ที่นั่ง ที่จังหวัดชลบุรีและเชียงใหม่ และได้วางแผนต่อยอดโครงการในปี พ.ศ. 2567 ขยายเพิ่มอีก 100 ที่นั่ง โดยมีสมาชิกสมาคมการค้าศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (Thai Contact Center Association) เข้าร่วมในโครงการ
 


นอกจากนี้ ทางโครงการฯ ยังมีระบบ Work From Home พร้อมด้วยอุปกรณ์ พร้อมรองรับให้ผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้วอยากทำงานต่อกับทางบริษัทต่อได้
 
สำหรับบริษัทไนซ์ คอล จำกัด ผู้ขับเคลื่อนให้เกิดการทำข้อตกลงในครั้งนี้ เป็นธุรกิจการขายสินค้าแบบ Telesale ดำเนินการมาแล้วกว่า 10 ปี โดย มีทั้งการขายสินค้าของบริษัทเองและขายสินค้าให้กับเจ้าของสินค้า โดยปัจจุบันบริษัทมีจำนวน Telesale ไว้รองรับการทำงานถึง 200 ที่นั่ง พร้อมด้วยระบบการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย
 
ณ ปัจจุบัน Nicecall มีการดำเนินการขายสินค้า มากกว่า 150 ชนิด อีกทั้งยังเปิดให้บริการเป็น Telesale ให้กับผู้ที่สนใจจะมีระบบ Telesale ไว้ดำเนินงานในด้านของธุรกิจของตนเอง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจ Telesale บริษัท ไนซ์คอล จำกัด จึงไม่หยุดที่จะพัฒนาคุณภาพทั้ง บุคคลากรและอุปกรณ์เพื่อให้พร้อมเสมอกับการทำงานในทุกวัน โดยที่บริษัทยึดแนวคิดที่ว่า “เราจะดูแลทุกคนให้เหมือนกับคนในครอบครัวเดียวกับเรา”

#สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ สื่อออนไลน์ ที่ยึดถือจรรยาบรรณครบถ้วน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img