หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมสกัดจับซากเนื้อโค-กระบือเถื่อนเกือบ3หมื่นกิโลกรัมจากอินเดียลอบนำเข้าล๊อตใหญ่ เตรียมส่งขายกทม.

สกัดจับซากเนื้อโค-กระบือเถื่อนเกือบ3หมื่นกิโลกรัมจากอินเดียลอบนำเข้าล๊อตใหญ่ เตรียมส่งขายกทม.

ตำรวจทางหลวงร่วมศุลการกรสกัดจับซากเนื้อโค-กระบือเถื่อนเกือบ 30,000 กิโลกรัมมาจากอินเดียลอบนำเข้าล๊อตใหญ่ ผ่านทางจากลาว เตรียมส่งขาย กทม. ก่อนกระจายสู่ผู้บริโภค

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รรท. ผบก.ทล., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร, พ.ต.อ.จตุพล เร่งถนอมทรัพย์ รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.บก.ปคม., พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.บก.ปคม., พ.ต.อ.ณัฏฐ์ สุวรรณวัฒนะ
รอง ผบก.บก.ปคม., พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.3 บก.ปคม., พ.ต.อ.จรุงศักดิ์ จำรูญ ผกก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.ภวัต ฉัตรอินทร์แก้ว, พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.4 บก.ทล., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.อภิชน ขันกา
รอง ผกก.3 บก.ปคม.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.1 กก.4 บก.ทล. นำโดย พ.ต.ท.ฉัตรชัย เหมวิลัย สว.ส.ทล.1 กก.4 บก.ทล., ร.ต.อ.รัฐนันทร สมชื่อ รอง สว.ส.ทล.1 กก.4 บก.ทล., ร.ต.ท.ดุลยฤทธิ์ บุญโชติ, ร.ต.ต.สมพร ธรรมวิเศษ, ร.ต.ต.ชุมพล ปรีชาเลิศศิริ รอง สว.(ป.) ส.ทล.1 กก.4 บก.ทล., ด.ต.ชยพล ลายลวด, จ.ส.ต.คณาวิทย์ รสหอม ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.4 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. นำโดย พ.ต.ต.เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์ สว.กก.3 บก.ปคม., ร.ต.อ.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ รอง สว.กก.3 บก.ปคม., ร.ต.ท.เดชา คำรังษี รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ปคม., ด.ต.บุญเสริม สอนคำ, จ.ส.ต.ไกรฤกษ์ พึ่งภู่ และ ส.ต.อ.ฐนิศร์ ร่มเงิน ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปคม.ร่วมสนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร และ เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์มหาสารคาม

ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย นายฐติฯ หรือเอก อายุ 38 ปีซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน

  1. ใช้เอกสารราชการปลอม
  2. ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของที่ตนรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดภาษีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากรอันเป็นความผิดตาม 1 มาตรา 246 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร 2560

3.นำซากสัตว์ (เนื้อกระบือถอดกระดูกแช่แข็ง) เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้อนุญาต ม.31 พ.ร.บ.โรคระบาด

  1. เคลื่อนย้ายซากสัตว์ (เนื้อกระบือถอดกระดูกแช่แข็ง) ข้ามจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต ม.34 พ.ร.บ.โรคระบาด

จับกุม บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ทล.23 กม.50-51 ต.บรบือ อ.บรบือ จว.มหาสารคาม

ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ได้ดำเนินการสืบสวนจับกุมขบวนการ ลักลอบนำเข้าซากสัตว์เถื่อนเข้ามาประเทศโดยผิดกฎหมายในพื้นที่เขตรับผิดชอบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะเเสว่าจะมีการลำเลียงขนซากสัตว์ล็อตใหญ่จากนอกราชอาณาจักรเข้ามาทางพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่งเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ โดยอาศัยในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 2–5 มิ.ย.2566

โดยจากข้อมูลตำหนิรูปพรรณรถยนต์และกลุ่มผู้ต้องสงสัยทำให้ทราบว่าขบวนการดังกล่าว
จะใช้รถบรรทุกกึ่งพ่วงลำเลียงขนส่งซากสัตว์เมื่อทราบข้อมูลเบาะเเสดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาให้ทราบ และมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังรถยนต์และกลุ่มผู้ต้องสงสัยดังกล่าว

กระทั่งเมื่อวันที่ 2 มิ.ย..2566 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบรถยนต์
ต้องสงสัยตามที่ได้รับเเจ้งบนถนนหมายเลข 213 มุ่งหน้าบรบือ จังหวัดมหาสารคาม จึงได้การวางกำลังทำการสกัดจับ

เมื่อรถขับผ่านจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้หยุดรถ และขอทำการตรวจสอบรถ จากการตรวจสอบพบซากสัตว์จำนวนมากบรรทุกอยู่ภายในตู้เต็มตู้พ่วงคอนเทนเนอร์

ซึ่งนายเอกฯ ให้ถ้อยคำว่าตนขับรถจะนำสินค้าดังกล่าวไปส่งยังบริเวณพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์มหาสารคามเข้าร่วมตรวจสอบ ผลการตรวจสอบซากสัตว์

เบื้องต้นพบว่าเป็นเนื้อกระบือถอดกระดูกแช่แช็ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเนื้อกระบือถอดกระดูกแช่แข็งดังกล่าวพบแหล่งผลิต แหล่งที่มา มาจากประเทศอินเดีย จึงนำรถพร้อมเนื้อกระบือถอดกระดูกแช่แข็งไปตรวจสอบน้ำหนัก พบเนื้อกระบือถอดกระดูกแช่แข็งดังกล่าวน้ำหนักประมาณ 29,000 กิโลกรัม

จากการสอบถามนายเอกฯ ให้การว่าตนเป็นลูกน้องของบริษัทขนส่งเจ้าของรถคันนี้ ซึ่งบริษัทเจ้าของรถอยู่ที่แหลมฉบัง ได้ค่าจ้างครั้งละ 3,500 บาท ค่าจ้างให้หลังจากเสร็จงานและเงินมีเดือนต่างหาก โดยการมารับสินค้าในครั้งนี้ตนขับรถเปล่าไม่มีสินค้าบรรทุก โดยขับมาจากแหลมฉบังแล้วมาจอดทิ้งพ่วงไว้บริเวณใกล้ด่านมุกดาหาร เมื่อวันที่ 30 พ.ค.66 เวลาประมาณ 20.00 น. แล้วไปหาที่พักรอรับพ่วงพร้อมสินค้าในวันที่ 2 มิ.ย.66 โดยเมื่อถึงเวลารับสินค้าจะได้รับแจ้งจากผู้ขายให้ไปรับพ่วงพร้อมสินค้า

โดยจะมาจอดทิ้งพ่วงพร้อมสินค้าไว้ให้บริเวณจุดนัดรับ ซึ่งจุดรับสินค้าในครั้งนี้ตนมารับครั้งแรกผู้ขายให้ไปรับพ่วงบริเวณแยกไฟแดงใกล้ๆ กับด่านมุกดาหาร

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ยืนยันลุยเดินหน้าเดินหน้าดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด กับผู้ลักลอบกระทำผิด เนื่องจากโรคต่างถิ่นที่อาจกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์ของไทย ซึ่งอาจเป็นปัญหาต่อประชาชนในประเทศ รวมทั้งหวั่นเกรงต่อสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับเนื้อสัตว์ต่างแดนที่ลักลอบนำเข้ามาที่จะส่งผลอย่างยิ่งต่อสุขภาพคนไทย

หากประชาชนมีเบาะแสข้อมูลการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ กองบังคับการตำรวจทางหลวง2/486 ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 สายด่วน 1193 หรือเพจเฟซบุ๊ก “กองบังคับการตำรวจทางหลวง”

#สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ สื่อออนไลน์ ที่ยึดถือจรรยาบรรณครบถ้วน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img