“จเรฯ หิน” สอบข้อเท็จจริง “น.1” พร้อมตำรวจนครบาล ชุดทำคดี “ตู้ห่าว” แจงปมข้อสงสัย เตรียมสรุปเรื่องส่ง “ผบ.ตร.”

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ก.พ. ที่ ห้องประชุมชั้น 28 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และ คณะสอบสวนข้อเท็จจริงของจเรตำรวจ ร่วมประชุมหารือความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะพนักงานสอบสวนคดีนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว ของตำรวจนครบาล พร้อมเขิญ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลชุดทำคดีตู้ห่าว มาสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยใข้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำคดีตู้ห่าว ที่ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำคดีดังกล่าวของตำรวจนครบาล ตั้งแต่เริ่มกระบวนการขั้นตอนการจับกุม เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2565 ตลอดจนขั้นตอนต่างๆ ไปจนถึงการส่งสำนวนให้กับทางอัยการ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคม รวมถึงเพื่อให้สามารถพิสูจน์ทราบข้อสงสัยต่างๆที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจ เคยตั้งประเด็นข้อสังเกตุต่างๆขึ้นมา

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการประชุมติดตามความคืบหน้าแล้ว ในวันนี้ทางคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงยังได้เชิญผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมทีมงานสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อซักถามในบางประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย ก่อนจะนำข้อมูลคำชี้แจงเหล่านี้ไปพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร เพื่อสรุปข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนส่งต่อให้กับทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ครบถ้วนหมดแล้ว ยืนยันว่าคณะทำงานจะทำทุกอย่างด้วยความรอบครอบ ตรงไปตรงมา ยึดถือกฎหมายและข้อระเบียบเป็นที่ตั้ง เพื่อที่จะได้สามารถตอบคำถามจากสังคมได้ในทุกประเด็น

พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าของสำนวนคดีดังกล่าวจากการสักถามครั้งนี้ ทราบว่าทางพนักงานสอบสวนมีการส่งสำนวนให้กับทางอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใด แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ในชั้นพิจารณาของศาล เกรงจะกระทบต่อรูปคดี