นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงพรรครวมพลังประชาชาติทีมีนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคฯ ว่าจากการเปิดตัวพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) จะเห็นคนที่มีบทบาทสำคัญอยู่ 2 คน คือ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับคณะ

นางธิดากล่าวต่อว่า คำว่า ‘เสียสัตย์เพื่อชาติ’ นั้นทำให้พล.อ.สุจินดา คราประยูร ‘พัง’ มาแล้ว และเมื่อวานนี้นายสุเทพบอกว่าตนเองยอม ‘ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ’ เราจะมาดูกันต่อไปว่าเมื่อนายสุเทพบอกอย่างนี้ ผลจะเป็นอย่างไร จุดจบจะเป็นอย่างไร สิ่งที่นายสุเทพเคยพูด อาทิเช่น บอกว่าจะไม่ทำงานการเมืองแล้ว หรือบอกว่าตนเชียร์บิ๊กตู่เป็นนายกฯ แล้วภายหลังกลับมาบอกว่าไม่เคยพูดเชียร์บิ๊กตู่ แม้แต่คำว่า ‘ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ’ การพูดกลับไปกลับมาของนายสุเทพนั้นทำให้สังคมสับสนหลายอย่างและคิดว่าประชาชนไม่ให้ค่าต่อสิ่งที่นายสุเทพพูด

“ความเป็นนักการเมืองกับนักต่อสู้ด้วยอุดมการณ์นั้นวัดกันตรงการรักษาคำพูด เพราะความเป็นนักต่อสู้ด้วยอุดมการณ์จะพูดอะไรกลับไปกลับมา ไม่รักษาคำพูด ไม่ได้!

ถ้าเปลี่ยนคำพูดไปมานั่นแสดงว่า
1. คุณเป็นนักการเมือง ไม่ใช่ นักต่อสู้
2. คุณพร้อมที่จะอยู่ข้างไหนก็ได้ หลายคนพูดถึง ‘จระเข้’ ซึ่งเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ก็เหมือนกับคนที่อยู่กับรัฐประหารก็ได้ อยู่กับสังคมอำนาจนิยมก็ได้ อยู่กับการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งก็ได้ หรือภาษาของดร.เอนกบอกว่าประเทศไทยเป็น ‘ไฮบริด’ คือ อาจจะอยู่ในรัฐประหารก็ได้ หรืออยู่ในฝั่งของการเมืองระบอบประชาธิปไตยก็ได้” นางธิดา กล่าว

นางธิดา กล่าวต่อไปว่า พูดได้ว่าพรรครปช.นี้เป็นพรรคไฮบริด อยู่กับอำนาจรัฐประหารได้ด้วยดีและพร้อมที่จะลงสู่การเลือกตั้ง หรือเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำก็ได้ นี่เป็นธรรมชาติที่เหมือนกันจึงสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่บทบาทสำคัญในพรรคจะอยู่ที่นายสุเทพกับคณะ คุมข้อบังคับพรรคและรณรงค์ให้ประชาชนมาร่วมเป็นเจ้าของพรรค และมีดร.เอนกมีบทบาทในฐานะนักทฤษฎี คุมยกร่างนโยบายพรรคและโรงเรียนการเมืองพรรค ดร.เอนกและนายสุริยะใสหวังว่ามวลชนที่เป็นสมาชิกพรรคจะมาจากกปปส. เพราะภาพที่ดร.เอนกพูดคือภาพความตื่นตัวของมวลชนกปปส. การชูปฏิรูป 5 ข้อ อุดมการณ์ 7 ข้อนั้น บ่งชี้ว่าเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม สมาชิกก็เป็นมวลชนอนุรักษ์นิยม ดร.เอนกมองว่าคนที่จะเป็นนายกฯ ต้องโดดเด่นในเรื่องการปฏิรูป และนี่จะเป็นเหตุผลที่นายสุเทพต้องหยุดเชียร์ ‘บิ๊กตู่’ ให้เป็นนายกฯ หรือไม่

“แสดงว่าฐานเสียงและอุดมการณ์ของพรรครปช.ล้วนมากจากการขับเคลื่อนของกปปส. นี่คือสิ่งที่มองได้ว่านายสุเทพน่าจะคนสำคัญที่สุดในพรรครปช.
เหตุผลที่ทีมที่เคยร่วมกับนายสุเทพในกปปส.ยังอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์
1. กลัวสอบตกและไม่เชื่อมั่นในพรรคกปปส.ที่จะมีการตั้ง และนายสุเทพให้สัจจะว่าจะไม่เล่นการเมือง ไม่ทำงานการเมือง มีเพียงนายธานียืนยันว่าจะมีการตั้งพรรคกปปส.แน่
2. น่าจะมีปัญหาทั้งในเรื่องการสนับสนุนของคสช.หรือไม่ หรือการสนับสนุนของนายทุนที่ลังเล” นางธิดา กล่าว

นางธิดา ด้วยว่า ในรัฐธรรมนูญ 60 นี้นายสุเทพจะอยู่ข้างหลังพรรคการเมืองไม่ได้ ดังนั้นการมีพรรคที่ตัวเองเป็นสมาชิกพรรคจึงสามารถเป็นฐานที่ให้ตัวเองมีที่ยืนได้ นี่คือสิ่งที่นายสุเทพจำเป็นต้องร้องไห้และใช้คำว่า ‘ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ’ ความจริงเป็นการตระบัดสัตย์เพื่อตัวเอง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่นายสุเทพจะไม่มีที่ยืน ไม่มีอำนาจต่อรองทางการเมือง ไม่ว่าคสช.จะสนับสนุนหรือไม่ก็ตาม สุดท้ายนายสุเทพก็ต้องมีที่ยืน สุดท้ายต้องร่วมมือกับดร.เอนกและกลุ่มพันธมิตรอื่น ๆ และนี่คือสาเหตุที่ทำไมนายสุเทพต้องตั้งพรรค หลังการพ่ายแพ้การเลือกตั้งปี 54 การออกมาขับไล่รัฐบาลและการขัดขวางการเลือกตั้ง ในที่สุดคือการนำมาสู่การกวาดล้างพื้นที่เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปฝ่ายอนุรักษ์นิยมโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่นายสุเทพมีบทบาทสำคัญสามารถชนะทางการเมืองและมีอำนาจได้

“สุเทพ ‘ตระบัดสัตย์’ เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อชาติหรอก และอันนี้จะไปคล้าย ๆ กับพล.อ.สุจินดา แต่มันก็สนุกดีแล้วคนไทยก็จะจับตาดูและตรวจสอบกันต่อไป”

ขอบคุณข้อมูล: UDD News