กำชับเร่งเดินหน้าปราบอาชญากรรม ทุกมิติ ตามนโยบาย ตร.

วันที่ 31 ต.ค. 65 เวลา 14.00 น.ที่ สภ.สระแก้ว ต.สระแก้ว อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามขับเคลื่อนตามนโยบายของ ผบ.ตร. ที่ สภ.สระแก้ว ภ.จว.สุพรรณบุรี ทั้งนี้ได้ตรวจความพร้อมของกำลังพล ที่ทำการมีความสะอาดเรียบร้อย มีจุดคัดกรองโรค มีหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ไว้บริการ มีที่จอดรถสำหรับประชาชนที่มาติดต่อราชการไว้เพียงพอ
พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวว่า ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจสภ.สระแก้ว ได้แก่- น้ำดื่ม จำนวน 20 แพ็ค- ข้าวสารถุงละ 5 กก. จำนวน 20 ถุง- หน้ากากอนามัย จำนวน500 อัน พร้อมด้วยสิ่งของจำเป็นอีกหลายรายการ

และเป็นประธานเพื่อประชุม “มอบนโยบายการบริหารราชการให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สระแก้ว”โดยมี พล.ต.ต.เกรียงไกร วุฒิพานิช,ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรีพ.ต.อ.สมพร พุกหอม รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี,พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ศรีวิลัย,ผกก.สภ.สระแก้วคณะ กต.ตร.สภ.สระแก้วและข้าราชการตำรวจสภ.สระแก้ว รอรับการตรวจและเข้าร่วมการประชุม
ผบช.ภ.7 กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในที่ประชุมได้กำชับให้ปฏิบัติ (1.) นำนโยบายรัฐบาล วิสัยทัศน์ ผบ.ตร. “เป็นตำรวจมืออาชีพ ทำงานเชิงรุก เพื่อความสงบสุขของประชาชน” วิสัยทัศน์ตำรวจภูธรภาค 7 “ภักดีองค์ราชันมุ่งมั่นสร้างศรัทธา พัฒนาเป็นมืออาชีพ บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม นำสมัย เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา” และวิสัยทัศน์ ผบช.ภ.7 “ทำงานเชิงรุก เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน” ไปปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม, (2.) ต้องทำงานกันเป็นทีม ยึดมั่นในระเบียบวินัย บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน และดำรงตนอย่างมีเกียรติ, (3.) การทำงานต้องประกอบด้วย “หลักการทำงาน 4443” โดย “4 เกาะ” เกาะติดพื้นที่ เกาะติดประชาชน/มวลชน/และชุมชน เกาะติดคนร้ายหรือเกาะติดศัตรูของประชาชน และเกาะติดผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเกาะติดลูกน้อง, “4 ยก” ยกระดับองค์ความรู้ ยกระดับวิธีคิด ยกระดับวิธีการทำงาน และ ยกระดับการใช้ดุลพินิจ, “4 ทำ” ทำงาน ทำดี ทำบุญ และมีภาวะผู้นำ และ “3 S” Smart Smile Strong

(4.) ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติ และพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชา ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนธรรมเนียมของทางราชการอย่างสม่ำเสมอโดยใกล้ชิด และสร้างขวัญกำลังใจ ความสามัคคี ภาพลักษณ์ของตำรวจให้ดีขึ้น และสร้างความเชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชนเพื่อให้ยอมรับว่าข้าราชการตำรวจเป็นมิตรที่ดีของประชาชน เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงตามคำสั่งกรมตำรวจ ที่ 1212/2537 ลง 1 ต.ค. 2537 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ, (5.) ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตรวจสอบควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การกระทำความผิดใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ห้ามมิให้เรียกรับผลประโยชน์ การจับกุมในลักษณะกลั่นแกล้ง มีส่วนพัวพันกับการกระทำความผิด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการทางวินัย คดีอาญาและปกครองอย่างถึงที่สุด
(6.) กำชับให้มีการฝึกทบทวนทางยุทธวิธีทั้งฝ่ายป้องกันปราบปรามและฝ่ายสืบสวนเป็นประจำสม่ำเสมอ ให้เกิดความคุ้นชินเมื่อต้องปฏิบัติ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความสูญเสียแก่เพื่อนพี่น้องข้าราชการตำรวจ, (7.) กรณีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนรำคาญ จากการแข่งรถในทาง สถานบันเทิงเปิดเพลงเสียงดัง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใส่ใจที่จะแก้ปัญหาการร้องเรียนดังกล่าว อย่าปล่อยปละละเลย จนเกิดการร้องเรียนซ้ำซาก และอย่าให้มีการนำเสนอข่าวว่า “ตำรวจไม่เป็นที่พึ่งของประชาชน”, (8.) ปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ เป็นภารกิจเร่งด่วนของผบ.ตร. ให้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรูปแบบต่าง ๆ ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อ หากพบการกระทำความผิดดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้ถึงที่สุด

(9.) ปัญหายาเสพติดเป็นภารกิจเร่งด่วนของ ผบ.ตร. มุ่งเน้นใช้วิธีการบำบัดยาเสพติดต่อผู้เสพ เพื่อคืนคนดีสู่สังคมตามนโยบายรัฐบาล โดยปฏิบัติการเชิงรุกซักถามถึงแหล่งที่มาและเครือข่าย เพื่อจัดทำฐานข้อมูลในการติดตามจับกุมและขยายผลต่อไป, (10.) เน้นย้ำให้มีการตรวจคลังอาวุธตามวงรอบ และให้มีการสุ่มตรวจอยู่เป็นประจำ ให้มีการมอบหมายผู้มีอำนาจในการเปิดคลังอาวุธอย่างน้อย 2 คน, (11.) ให้มีการสุ่มตรวจสารเสพติดในร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดทุกนาย, (12.) เร่งรัดการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับ ฯลฯ ตามที่ ตร. ได้สั่งการ ผบช.ภ.7 กล่าว

