หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"บก.ปปป." รวบเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

“บก.ปปป.” รวบเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เรียกรับเงินสินบน เพื่อแลกกับการออกในอนุญาตบ้านพัก Pool villa โดยใช้วิธีการหย่อนเงินใส่ตู้บริจาคสภากาชาดไทยที่จัดเตรียมไว้โดยเฉพาะ

กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. มอบหมายให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป., พ.ต.อ.ศราวุธ ศรีสุขศิริพันธ์ รอง ผบก.รฟ. ปฏิบัติราชการ บก.ปปป., พ.ต.อ.พิทักษ์ วาฤทธิ์ ผกก.2 บก.ปปป., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. โดย นายภูมิวิศาล เกษมศุข รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. มอบหมายให้ นายรักษ์กล้า สถานสุข ผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต,นายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามคดีพิเศษ, นายประธานรัฐ ปฐมธนพงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการด้านการข่าว, พ.ต.ต.จักรกฤษณ์ ประจันพล รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการด้านการคุ้มครองพยาน, พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. วางแผนเพื่อทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ได้ร่วมกันจับกุม นายกัณฑ์พงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ตำแหน่งปลัดอำเภอสัตหีบ (ชำนาญการพิเศษ) รักษาการนายอำเภอสัตหีบ และ นางสุภาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ปกครองฯ โดยกล่าวหาว่า “เป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อการกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่”

สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียน ต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้เรียกรับเงินค่าออกหนังสือรับรองสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม (บ้านพัก Pool villa) จากผู้ประกอบการธุรกิจบ้านพัก Pool villa ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ โดยฝ่ายปกครองอำเภอสัตหีบ จะใช้วิธีการให้ผู้ประกอบการนำเงินใส่ซองจดหมายเขียนชื่อบ้านพักแล้วนำไปหย่อนที่ตู้รับบริจาคสภากาชาดไทย ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองฯเตรียมไว้ให้โดยเฉพาะ โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการเพื่อแลกกับการออกใบรับรองบ้านพักฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองฯจะเป็นผู้กำหนดราคาบ้านพักฯหลังละ 15,000 บาท หากผู้ประกอบการรายใดไม่จ่ายเงินดังกล่าว จะไม่ได้รับการออกใบรับรองหรือยื้อเวลาในการออกใบรับรองจนกว่าจะนำเงินมาจ่าย ทั้งที่โดยปกติการขอใบรับรองบ้านพัก Pool villa นั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงจัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงจนทราบว่า มีการทำกันเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน อาทิ หน้าม้าทำหน้าที่พาผู้ประกอบการมาทำเรื่องขอใบรับรอง คนรับเรื่องดำเนินการ และ คนนำเงินออกจากตู้บริจาค และล่าสุดผู้เสียหายหลายรายได้รับการติดต่อนัดหมายให้นำเงินสดมาหย่อนที่ตู้บริจาคภายในที่ว่าการอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 28 ต.ค. 65 ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นธรรม

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. จึงประสานให้ผู้เสียหายนำหลักฐาน มาร้องทุกข์ต่อ บก.ปปป. จากการสืบสวนพบว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอเชื่อได้ว่า ผู้ต้องหา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารที่ว่าการอำเภอสัตหีบและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสัตหีบ ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยทุจริตเรียกรับสินบนจากผู้เสียหายจริง นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า ผู้ต้องหาเคยมีพฤติกรรมเรียกรับเงินในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายราย บก.ปปป. จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. วางแผนให้ผู้เสียหายนำเงินสดที่จะใช้ส่งมอบไปลงบันทึกประจำวันเพื่อให้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะได้เข้าจับกุมในขณะที่มีการส่งมอบเงินโดยใช้วิธีการหย่อนใส่ตู้บริจาคและมีผู้ต้องหามาเก็บเงินดังกล่าว ตามที่มีการเจรจากันก่อนหน้านี้

กระทั่งวันที่ 28 ต.ค. 65 เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้เสียหายนำเงินสดไปมอบให้กับผู้ต้องหา โดยใช้วิธีการใส่ซองจดหมายเขียนชื่อบ้านพักแล้วหย่อนใส่ตู้บริจาคกิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบที่เตรียมไว้โดยเฉพาะ กระทั่งส่งมอบเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางสุภาพรฯผู้ต้องหาได้มาเก็บตู้บริจาคเงินดังกล่าวเข้าไปให้ นายกัณฑ์พงษ์ฯผู้ต้องหาที่ห้องทำงานปลัดอำเภอฯ เจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาที่บริเวณห้องทำงานที่ว่าการอำเภอสัตหีบทันที ตรวจพบเงินสดจำนวนดังกล่าวอยู่ภายในตู้บริจาคกิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบ จำนวน 2 กล่อง สภาพกล่องบริจาคไม่มีกุญแจล็อคทั้ง 2 กล่อง ชำรุดไม่มีฝาปิดข้างจำนวน 1 กล่อง

นอกจากนี้จากการตรวจสอบรายละเอียดของเงินบริจาคพบว่า ไม่มีการแจ้งวัตถุประสงค์เปิดรับบริจาคที่ชัดเจนคล้ายกับการจัดทำขึ้นมาเพื่อใช้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบที่ไปที่มาของเงิน อีกทั้งจากแนวทางสืบสวนเชื่อว่าที่ผ่านมาน่าจะมีการกระทำพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นภายในที่ทำการอำเภอสัตหีบ ก่อนพบตู้บริจาคเงินภายในห้องทำงานของ นายกัณฑ์พงษ์ และ น.ส.สุภาพร ตรวจสอบภายในตู้พบธนบัตรเงินสดจำนวนรวม 28,000 บาท คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง และสมุดบัญชีรายชื่อผู้ยื่นขอใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเชิญตัวทั้งสองมาสอบปากคำอย่างละเอียดยัง บก.ปปป. พร้อมกับพยานอีกราย จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ หลังจากนี้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะได้สอบสวนพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานก่อนเตรียมส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

มั่นใจพยานหลักฐานเอาผิด ปลัดอำเภอสัตหีบรีดไถเงินผู้ประกอบการพูลวิลล่า เตรียมเร่งขยายผลผู้ร่วมขบวนการรายอื่น

ต่อมาเวลา 20.30 น. วันเดียวกัน นายภูมิวิศาล เกษมศุข รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) กล่าวถึงกรณีการสนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ บก.ปปป. เข้าจับกุม นายกัณฑ์พงษ์ สุวรรณปทุมเลิศ อายุ 40 ปี ปลัดอาวุโสอำเภอสัตหีบ พร้อมน.ส.สุภาพร ผิวเหลือง อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ปกครองที่ทำการอำเภอสัตหีบ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่า การดำเนินการในวันนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนแผนตามนโยบายรัฐบาลที่ต่อต้านการทุจริต หลังได้รับข้อมูลผ่านท่างสายด่วน ว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเรียกรับสินบน จึงประสานข้อมูลไปยังตำรวจ บก.ปปป. จนมีการรวบรวมพยานหลักฐานข้อเท็จจริงนำไปสู่การบังคับใช้กฏหมายกับผู้กระทำผิดในวันนี้

“สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าเป็นการกระทำของตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับองค์กร ที่ผ่านมาเราพยายามปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงมีคนกลุ่มน้อยกระทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ” นายภูมิวิศาล กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กล่าวว่า หลังได้รับการประสานข้อมูลจากทาง ป.ป.ท. จึงจัดกำลังลงพื้นที่เร่งสืบสวนหาข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ จนกระทั่งแน่ใจว่าจากหลักฐานที่มีอยู่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้ จึงนำกำลังลงพื้นที่อีกครั้งในวันนี้เพื่อเก็บพยานหลักฐานชิ้นสุดท้าย คือ การส่งมอบเงิน พร้อมกับเข้าจับกุมตัวผู้กระทำความผิดทั้ง 2 ราย คือ เจ้าหน้าที่ปลัดอำเภอสัตหีบ ซึ่งปัจจุบันรักษาการนายอำเภอ และ เจ้าหน้าที่อำเภออีกราย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีดังกล่าว ทำให้รู้ว่ากลุ่มผู้ทุจริต เริ่มมีวิวัฒนาการที่แยบยลมากขึ้นเพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบ เช่น การใช้วิธีหย่อนเงินลงกล่องรับบริจาค อ้างเพื่อการกุศล ช่วยเหลือผู้ยากไร้ แต่จากแนวทางสืบสวนพบเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องทุจริตส่วนตัว จึงต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เบื้องต้นมีการแจ้งข้อหาตามความผิดมาตรา 157,149 โดยหลังจากนี้จะยังคงขยายผลเอาผิดผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อเนื่อง ซึ่งจากหลักฐานที่มีอยู่แน่ชัดแล้วในขณะนี้ พบมีผู้ร่วมขบวนการหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอีกประมาณ 1-2 ราย ส่วนจะขยายผลไปถึงใครนั้นขอเวลาตรวจสอบ

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img