วันที่ 6 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่าจากกรณี เกิดเหตุกราดยิงในศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่งใน อบต.นากลาง ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตอนนี้คนร้ายหลบหนี มีการระดมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและล่าตัวคนร้าย โดยมีผู้เสียชีวิต 34 ราย บาดเจ็บอาการสาหัส 12 คน

ซึ่ง คนร้าย คือ ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ ตำรวจนอกราชการ ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงประชาชน และเด็กเล็ก ที่ศูนย์เด็กเล็ก ใน อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการรักษาตัวอีกเป็นจำนวนมาก เคยรับราชการอยู่ที่ สภ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถูกจับกุมตัวพร้อมของกลางยาบ้า และ ภ.จว.หนองบัวลำภู ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ (ตร.นอกราชการ) ได้ใช้ปืนยิงลูก และเมีย เสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม ที่บ้านพัก เจ้าหน้าตำรวจพิสูจน์หลักฐานกำลังเข้าตรวจที่เกิดเหตุ

เปิดประวัติ ”ส.ต.ต.ปัญญา” มือกราดยิงศูนย์เด็กตาย 32 ศพ

กลายเป็นข่าวสะเทือนขวัญในช่วงบ่ายของวันนี้หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปกราดยิงภายในศูนย์เด็กพัฒนาเด็กเล็ก ในจังหวัดหนองบัวลำภู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย โดยผู้ก่อเหตุรายนี้ คือ ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ อายุ 34 ปี อดีต ผบ.หมู่(ป) สภ.นาวัง ประวัติเคยถูกดำเนินคดีฐานครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ในตำแหน่ง ผบ.หมู่(ป.) สภ.ยานนาวา ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่(ป.) สภ.นาวัง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ตามคำสั่ง ภ.4 ที่ 1338/2562 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2562สถานีตำรวจภูธรนาวัง

เมื่อย้ายมาที่ สภ.นาวัง เริ่มมีปัญหาทะเลาะกับแฟน เนื่องจากแฟนไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน และเริ่มมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจนร่างกายซูบผอม มีอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งเพื่อนข้าราชการตำรวจต่างทราบดีและไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เมื่อออกปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้บังคับบัญชาให้ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยธนาคารออมสิน ส.ต.อ.ปัญญาฯ ไม่ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ กลับไปนอนอยู่ในรถซึ่งจอดไว้หน้าธนาคาร เมื่อผู้จัดการธนาคารออมสิน ได้ขอความช่วยเหลือโดยให้คุ้มกันการเคลื่อนย้ายนำเงินเข้าเครื่อง ATM กลับแสดงอาการไม่พอใจ ทำท่าจะชักปืนขู่ ทำให้ผู้จัดการต้องโทรศัพท์แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ต่อมา ส.ต.อ.ปัญญาฯ ได้เริ่มคบกับ น.ส.หญิง ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งทำงานเป็นพนักงานร้านคาราโอเกะ (ปัจจุบันปิดกิจการเนื่องจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 )จากการตรวจสอบประวัติ น.ส.หญิงฯ เคยเป็นแฟนกับ นายเดย์ (ไม่ทราบนามสกุล)ผู้ต้องหาคดียาเสพติดซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อ คบกับ น.ส.หญิงฯ มักพาเพื่อนมามั่วสุมดื่มสุรา และส่งเสียงดัง ที่ห้องพักข้าราชการตำรวจเป็นประจำ เป็นที่เดือดร้อนรำคาญ แก่ข้าราชการตำรวจและชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเมื่อเมาสุราแล้ว ส.ต.อ.ปัญญาฯ จะชอบนำอาวุธปืนมายิง ทำให้ไม่มีคนกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว และเคยนำอาวุธปืนไปยิงสุนัข ของประชาชน จนต้องมีข้าราชการตำรวจไปไกล่เกลี่ยให้ไม่ดำเนินคดี และเมื่อ เดือน กรกฏาคม 2564 ส.ต.อ.ปัญญาฯ ได้มั่วสุมดื่มสุราในห้องพัก และส่งเสียงดังรบกวน และได้มีเพื่อนข้าราชการตำรวจไปตักเตือนให้หยุด แต่ ส.ต.อ.ปัญญาฯ กลับด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และเข้ามาทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ทะเลาะวิวาทกัน และผู้บังคับบัญชาได้เรียกตัวมาทำทัณฑ์บนไว้

ด้าน พ.ต.อ.สุวัฒชัย มะลิทอง ผกก.สภ.นาวัง ในขณะนั้น ได้เรียกเจ้าตัวมาสอบถาม และเจ้าตัวได้ยอมรับว่าได้เสพสารเสพติดตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมแล้ว และรับปากกับผู้บังคับบัญชาว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงได้ทำการยึดอาวุธปืนประจำกาย ของ ส.ต.อ.ปัญญาฯ ไว้ เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายต่างๆ ทาง สภ.นาวัง ได้ดำเนินการตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ตามโครงการตำรวจสีขาว ไม่ไห้ข้าราชการตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ยังได้รับรายงานว่า ส.ต.อ.ปัญญาฯ ยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และ ต่อมา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.หนองบัวลำภู ได้เข้าตรวจค้นจับกุม ปรากฏหลักฐานตามบันทึกจับกุม ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ส.ต.อ.ปัญญาฯ ให้การรับสารภาพเมื่อถูกจับกุมได้ซักถาม ส.ต.อ.ปัญญาฯ ได้ให้ถ้อยคำว่า “สูบยาบ้ามาตั้งนานแล้ว เมื่อก่อนมียาบ้าเป็นร้อยๆเม็ดไม่เห็นมีใครมาจับกุม” อย่างไรก็ตาม ส.ต.อ.ปัญญาฯ รับสารภาพว่ายาบ้าของกลางที่ชุดจับกุมพบเป็นของตนเอง โดยได้รับมาจากอดีตตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการแล้ว เมื่อ ส.ต.อ.ปัญญาฯ ได้ถูกจับกุมและย้ายออกจากบ้านพักแล้ว ข้าราชการตำรวจ สภ.นาวัง รู้สึกผ่อนคลาย และทำงานโดยไม่มีความหวาดระแวงต่อเพื่อนร่วมงาน