วันที่ 17 สิงหาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊กแฟนเพจ TOP Varawut – ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา เนื่องด้วยวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ พร้อมเผยผลความสำเร็จด้านการอนุรักษ์ทะเลไทย ตลอดระยะเวลา 3 ปี ชี้ทรัพยากรทางธรรมชาติของไทย สามารถเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และนำไปต่อยอดเป็น “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” ได้

นายวราวุธ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาขยะทะเล ที่นำไปสู่การรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว #EverydaySayNoToPlasticBags นั่นก็คือเหตุการณ์ที่เราสูญเสียพะยูน น้องมาเรียม จากการสูญเสียนั้นเราสามารถลดใช้ถุงพลาสติก จนทำให้ไทย สามารถลดอันดับจากประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุดในโลก อันดับที่ 6 ลงมาอยู่ที่อันดับ 10ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในตลอดระยะเวลา 3 ปี มีความคืบหน้าในการฟื้นฟูอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรทางทะเลอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนสัตว์ทะเลหายากของเรามีจำนวนเพิ่มขึ้น เช่น ที่จังหวัดตรัง บริเวณเกาะมุกด์และหมู่เกาะใกล้เคียง เราพบ พะยูน ประมาณ 150 ตัว, โลมาหลังโหนก 27 ตัว , เต่าทะเลประมาณ 80-100 ตัว ซึ่งเกิดจากการเร่งอนุรักษ์แหล่งอาหารใต้ทะเล ด้วยการปลูกหญ้าทะเล

นอกเหนือจากความสำคัญของการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ก็คือ “จุดขายเรื่องการท่องเที่ยว” ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ผลักดันให้กลายเป็น “Soft Power” ที่มีประสิทธิภาพของไทย ในแนวเศรษฐกิจสีน้ำเงินบนพื้นที่ชายฝั่ง ทั้งนี้การอนุรักษ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ นอกจากมีประโยชน์ต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังมีประโยชน์อย่างมากในเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่สามารถทำเงินให้กับประเทศและท้องถิ่นได้อย่างมหาศาล และสามารถต่อยอดเป็น “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” หรือ Blue Economy ซึ่งหมายถึงการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมไปถึง การพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ของผู้คน ไปพร้อมๆ กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลด้วย“

ทั้งนี้การอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศนั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการรักษาสภาพแวดล้อม ปกป้องธรรมชาติจากขยะและสารเคมี การเคร่งครัดในการทำประมงถูกกฎหมาย การส่งเสริมจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ

หากประชาชนชาวไทยสามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้สำเร็จ ย่อมจะสามารถสร้างจุดขายใหม่ของการท่องเที่ยวไทย เป็น “Soft Power” ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สามารถสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างมากมาย อีกทั้งจะทำให้สภาพแวดล้อมแลทรัพยากรธรรมชาติคงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต” นายวราวุธ ระบุ

TOP Varawut – ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา