วันที่ 8 สิงหาคม 2565 ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี (ภ.จว.อุบลราชธานี) แถลงว่า ด้วยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 23.50 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายจำนวนหลายคนใช้อาวุธปืนยิงกันเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายคน ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำการสืบสวนสอบสวนมาโดยตลอดแล้ว นั้นขอรายงานผลการปฏิบัติประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2565 ดังนี้ 1.) เวลา 11.00 น. สอบสวนปากคำนายสมชาย ศรีหิน ผู้ต้องหา โดยมีทนายความร่วมสอบสวนตามปกติ ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน แจ้งข้อหาเพิ่มเติมเป็นช่องโจรโดยสมคบกันกระทำผิดมีระวางโทษถึงประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป,เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปและบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เช้าร่วมในการนั้นหรือไม่ถึง แก่ความตาย โดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้นและมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ

2.) เวลา 13.00 น. พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายธรรมนาท เครือวงศ์ ผู้ต้องหาไปนำชี้ ที่เกิดเหตุ ประกอบคำให้การ, 3.) เวลา 17.00 น. ขออนุมัติศาลจังหวัดอุบลราชธานีออกหมายจับนายนิกร หรือเหมา ทองพันธ์ ตามหมาย จ.ที่ 354 /2565, ลง 5 ส.ค. 2565 ในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านฯ, 4.) เวลา 17.00 น. ขออนุมัติศาลจังหวัดอุบลราชธานีออกหมายจับ นายวรวิทย์ หรือแจ้ รอดภัย ตามหมาย จ.ที่ 355 /2565 ในข้อหา ช่องโจรโดยเป็นการสมคบเพื่อกระทำความผิดที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป, เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปและบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ถึงแก่ความตาย โดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้นและมั่สุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ

ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี และหน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้องจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับก่อเหตุที่ยังเหลืออยู่ต่อไป