
วันที่ 28 กรกฏาคม 2565 เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2/หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 พร้อมกำลังร่วมกันสืบสวนและปฏิบัติการทลายเครือข่ายส่งคนไทยข้ามแดนไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยปฏิบัติการเชิงรุก ให้เจ้าพนักงานตำรวจอำพรางตัวเป็นสายลับสมัครทำงานประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรู้วิธีกระทำความผิดของแก๊ง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ความสำคั

วันที่ 15 ก.ค.51 “มียาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในความครอบครอง” สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว, วันที่ 14 เม.ย.54 “ขับขี่รถยนต์สาธารณะ หรือจยย.สาธารณะ แล้วเสพ เมาสุรา ของมึนเมา หรือ ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ” สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว, วันที่ 17 พ.ค.65 ข้อหา “ร่วมกันมั่วสุมในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ หรือกระทำการอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนหรือกลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรค ณ ที่ ใดๆทั่วราชอาญาจักร,ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในรา” สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว, วันที่ 10 มิ.ย. 65 ถูกดำเนินคดีข้อหา “นำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” สภ.คลองน้ำใส จ.สระแก้ว

ในชั้นจับกุม นายอรรถชัย ฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า “วันนี้ตนได้รับการประสานจากผู้ร่วมขบวนการที่อยู่ฝั่งประเทศกัมพูชา ให้มารับคนไทยพาข้ามไปประเทศกัมพูชาทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นลำคลองเล็กๆเรียกว่า คลองบ้านตาโจ๊ย ใกล้กับวัดป่าหนองเอี่ยน โดยจะมีเรือพายพาข้ามแดนไปและจะมีคนจากกัมพูชามารับช่วงต่อ รับประสานส่งคนไปแบบนี้หลายแก๊งแล้ว เฉลี่ยเดือนละ 15-20 คน ได้ค่าจ้าง 6,000 บาท ต่อคน ล่าสุดพึ่งถูกจับกุมและอยู่ในระหว่างการประกันตัวสู้คดี แต่กลับมาทำอีกเพราะทำจนชินไม่รู้จะไปทำงานอะไร” รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า จากการขยายผลพบพยานหลักฐานความเชื่อมโยงจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ออกหมายจับไว้อีก 2 ราย คือ (1.) น.ส.รุ่งฤดี อุดมดี อายุ 38 ปี ที่อยู่ 33 ม.11 ต.กาบิน อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี, (2.) นายพงษ์ธนา พิมพา อายุ 36 ปี ที่อยู่ 114 ม.2 ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น , ร่วมเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันเป็นซ่องโจร , ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งจะได้เร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ผอ.ศปอส.ตร. กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งปัจจุบันสร้างความเดือดให้กับประชาชนอย่างมาก สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งปราบปรามและหาทางป้องกันอย่างจริงจังและยั่งยืน จึงอยากฝากเตือนประชาชนให้มีสติคิดก่อนจะโอนเงินให้ใคร หากสงสัยเกรงจะตกเป็นเหยื่อสามารถปรึกษาได้ที่ สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือ ศูนย์ PCT 081-8663000 ผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com และสามารถติดตามรูปแบบการประชาสัมพันธ์กลโกงได้ที่ pctpr.police.go.th

