ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 2)” โดยประชาชนร้อยละ 32.24 ระบุว่าอยากได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหลังจากการเลือกตั้ง ว่า ก็ต้องขอบคุณนิด้าโพลรวมทั้งโพลต่างๆและประชาชนที่ได้ตอบแบบสอบถาม วันนี้ตนมุ่งหวังแต่เพียงว่า จะทำอย่างไรเราจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลทั้ง 6 ข้อ ให้ได้ ส.ส.ได้ ครม. ที่มีคุณภาพ ตนคาดหวังแค่นั้น เพราะฉะนั้นไม่ว่า ผลโพลจะออกมาอย่างไรก็เป็นเรื่องของโพล

เมื่อถามว่า แต่นิด้าโพลระบุว่า ต้องการให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่หลังการเลือกตั้ง พรรคที่ คสช. สนับสนุน จะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมจะไปจับมืออะไรกับใคร ผมไม่ใช่ศัตรูของใคร เพราะฉะนั้นทุกพรรคการเมืองก็ต้องทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่มาทำเพื่อผม หรือผมไปทำเพื่อเขา ใครจะไปใครจะมาทุกคนก็ต้องทำเพื่อประเทศชาติ และไปหาเสียงกันตรงนั้น ไม่ใช่วันนี้โจมตีกันไปมาสรุปว่า ไม่มีใครดีแล้วจะเลือกตั้งกันไปทำไม  ผมอยากให้มีการเลือกตั้งไม่ใช่ต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้ง หรือหาเหตุให้ไม่มีการเลือกตั้ง ผมพูดมาเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้วว่า ต้องเลือกตั้งประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยใครจะไปฝืนได้ เพราะฉะนั้นเรื่องใครจะจับมือกับใครก็เป็นเรื่องของพวกท่าน จะไปจับกันที่ไหนก็ไปเถอะ”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือ ทำอย่างไรที่ให้ประชาชนเข้าใจว่าประชาธิปไตยที่ดี และถูกต้องควรเป็นอย่างไร การได้รัฐบาลที่ดี ได้ ส.ส.ที่มีคุณภาพจะได้มาอย่างไร เราต้องช่วยกันลดความขัดแย้ง รัฐบาลที่จะมาทำหน้าที่ต่อไปจะต้องสานต่อการปฏิรูประยะแรก ที่ตนทำไว้ให้เป็นนโยบายที่ทุกคนจะต้องนำมาหาเสียงว่าจะทำอะไรต่อไป ไม่ใช่มาหาเสียงตอนปลายว่า เดี๋ยวจะทำนั่นทำนี่ให้ราคาสูงขึ้น ทั้งที่ไม่เคยดูมาก่อนเลยว่า ปัญหาที่ต้นทางนั้นมันมีอะไร ตนอยากให้ไปถามคนที่ออกมาพูดว่า มีแนวทางการปฏิรูปอย่างไร จะปฏิรูปอะไร วิธีการไหน ถามให้ตนบ้างในเมื่อสื่อฯบอกว่า จะต้องเสนอสองทางก็ต้องไปถามอีกฝ่ายแบบที่ตั้งคำถามตนด้วย อยากรู้ว่า จะตอบประชาชนอย่างไรและวันข้างหน้าจะไม่ขัดแย้งกันได้อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันความขัดแย้งมีหลายอย่าง รวมทั้งความไม่เข้าใจในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย จนบางครั้งก็ถูกต่อต้าน ทั้งที่เป็นกฎหมายธรรมดา กฏหมายการจราจร เพราะทุกคนอ้างถึงสิทธิเสรีภาพ ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้หลายอย่างทั้งเรื่องความไม่เข้าใจ ความขัดแย้งทางความรู้สึก และการต่อต้านการบังคับใช้กฎหมาย เพราะทุกคนอ้างสิทธิเสรีภาพ โดยขอให้สื่อช่วยกันนำเสนอข่าวสร้างการรับรู้ สื่อสารสองทางให้ประชาชนเกิดความเข้าใจด้วย อะไรคือการขัดแย้งทางกฏหมาย อะไรคือการขัดแย้งทางความคิด ความรู้สึกและบางครั้งยอมรับว่า ก็มีเจตนาที่ไม่ค่อยบริสุทธิ์แอบแฝงอยู่เหมือนกัน ขณะที่ยังไม่มีการเลือกตั้งเลย

เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไร ต่อสูตรการเมืองของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หรือสูตรโนพลอมแพลม ที่เสนอให้ทุกพรรคการเมืองยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องมาพูด แล้วจะเลือกตั้งกันไปทำไม ถ้าไม่ยอมรับกัน เมื่อเลือกตั้งก็ต้องยอมรับ และต้องยอมรับด้วยว่า หลังเลือกตั้งแล้วจะต้องไม่มีการประท้วง ไม่มีการขัดแย้ง ไม่มีการใช้อาวุธสงคราม ให้สัญญากับประชาชนไว้อย่างนี้ ไม่ใช่ให้ผมเป็นคนสัญญา เพราะในอนาคตพวกคุณจะเข้ามาในวงการเมืองข้างหน้าแล้ว ถ้าเลือกตั้งมาแล้วบริหารไม่ได้จะทำอย่างไร แล้วก็จะมาพูดถึงการรัฐประหาร เรื่องนี้ถ้าทำดีแล้วใครเค้าจะทำ ใครจะมาเสี่ยง ดังนั้นผมอยากจะฝากคนไทยทั้งประเทศว่า จะยอมกันอีกหรือยอมให้คนเค้ามาพูดจาแบบนี้หรืออย่างไร”