เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีผู้เสียหายจำนวนหลายรายจากทุกวงการทั้งที่ปรากฏเป็นข่าว และไม่เป็นข่าวดังเช่นกรณีที่ปรากฏบนสื่อสังคมออน ไลน์ที่นำเสนอข้อมูลว่ามีคลิปเสียงครูพูดลวนลามนักเรียนหญิง ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ที่มีพฤติกรรมการพูดคุยและชักชวนนักเรียนหญิง ม.6 ในเชิงชู้สาว และถูกพูดจาลามกตั้งแต่อยู่ ม.4 ทำให้นักเรียนผู้ถูกกระทำไม่กล้าไปโรงเรียน ซึ่ง สภ.แม่สรวย ลงประบันทึกประจำวันรับแจ้งไว้ในเบื้องต้นแล้ว และต่อมาเรื่องดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากถึงประเด็นในเรื่องความเหมาะสมและจรรยาบรรณความเป็นครู หรือดังกรณีที่เคยปรากฎเป็นข่าว มีรอง ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ มีพฤติกรรมการพูดคุยผ่านแชทในเชิงชู้สาวกับนักเรียน อีกทั้งมีการขอดูรูป ส่งข้อความในลักษณะคุกคามทางเพศในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งหลอกล่อให้นักเรียนไปหาที่บ้านเพื่อแลกกับการแก้เกรดให้
รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า สื่อสังคมออนไลน์เป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทุกคนมีสิทธิที่จะทำสิ่งต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างอิสระ แต่ด้วยความอิสระนี้เอง ทำให้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางคนใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการคุกคามทางเพศ ซึ่งมีหลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นในลักษณะคุกคามทางเพศ การส่งข้อความ หรือการโทรศัพท์ส่วนตัวเพื่อชักชวนไปมีเพศสัมพันธ์ หรือการส่งภาพลามกอนาจาร และในปัจจุบันปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปเพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ และการคุกคามทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก็อาจนำไปสู่ปัญหา หรืออาชญากรรมอื่นๆได้ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ จนอาจจะเกิดเป็นบาดแผลภายในจิตใจหรือทำให้บุคคลนั้นรู้สึกไม่ปลอดภัยอีกต่อไป การกระทำลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่น ทำให้ได้รับความอับอาย หรือเดือดร้อนรำคาญ และเป็นการกระทำอันมีลักษณะส่อไปในทางล่วงละเมิดทางเพศ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีการนำภาพในลักษณะลามกอนาจารไปโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ จะเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ ที่มีลักษณะลามกอนาจาร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือการนำภาพบุคคลอื่นไปโพสต์ในลักษณะล่วงละเมิดทางเพศ จะเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่ตนรับทราบการกระทำความผิด เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และขอให้เก็บภาพข้อความหรือโพสต์ที่เป็นความผิดไว้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดีต่อไป
นอกจากนี้ ขอฝากเตือนถึงแนวทางการหลีกเลี่ยงป้องกันการคุกคามทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ดังนี้ 1.) อย่าไว้วางใจคนแปลกหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโลกออนไลน์, เก็บข้อมูลส่วนตัวของตัวเองให้ดี ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์, เคารพสิทธิของผู้อื่นอยู่เสมอ มีสติทุกครั้งในการแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องราวต่างๆ, 2.) ควรใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีสติ หากพบเห็นการกระทำดังกล่าว ที่เข้าข่ายคุกคามหรือผิดกฎหมาย อย่าส่งต่อ อย่าแสดงความคิดเห็น อย่าไปยุ่งเกี่ยวไม่ว่าจะทางใด, 3.) ขอเตือนไปยังผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ให้หยุดการกระทำของท่านเสีย เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ในสังคม อีกทั้งยังเป็นการสร้างความหวาดระแวงให้กับผู้อื่น รวมถึงหากมีการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย เสียชื่อเสียง เสียอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทุกคนได้รับความเดือดร้อนกันอยู่แล้ว ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความรู้สึกของผู้อื่นเข้าไปอีก

