นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ระบุความคืบหน้าคดีนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ระหว่างการตรวจสอบการเป็นเจ้าของนาฬิกาที่แท้จริง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 เดือนขึ้นอยู่กับการชี้แจงของตัวแทนจำหน่ายนาฬิกา ว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม ทั้งที่คดีนี้ไม่น่าจะมีความสลับซับซ้อนอะไรมาก การส่งสัญญาณเช่นนี้ ประชาชนอาจตั้งคำถามว่า เป็นการยื้อเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องหรือไม่ จะถือว่าไม่สนองวาระแห่งชาติในการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น ไม่ได้ปฏิรูปอย่างเร่งด่วนก่อนการเลือกตั้งตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศไว้หรือไม่ ความสุข 4 ปี ที่คสช.บอกว่าจะคืนความสุขให้

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไปว่า แต่เอาเข้าจริงขนาดคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นและส่งผลต่อวิกฤติศรัทธารัฐบาลคสช. ยังยื้อ ยังลดราวาศอกช่วยกันหรือไม่ ประชาชนแปลกใจว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ดำเนินการใดๆกับพล.อ.ประวิตร แต่กับฝ่ายอื่นสามารถใช้มาตรา 44 ปลดได้หมด ทำไมกับพล.อ.ประวิตรจึงขอให้ลดราวาศอก แทนที่จะใช้มาตรการแบบเดียวกันกับคนอื่นๆ

“เป็นที่รับรู้ในวงกว้างว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช.เคยเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ซึ่งก็คือเลขาของพล.อ.ประวิตรนั่นเอง สังคมจึงตั้งคำถามหนักว่าเมื่อมีความใกล้ชิดเป็นเจ้านายลูกน้องกันมาก่อนขนาดนี้ จึงส่งผลต่อมาตรฐานการทำงานตรวจสอบของ ป.ป.ช.หรือไม่ การต่ออายุมา ต่อมาเพื่อการนี้หรือไม่ แม้จะยื้อช่วยกันนานแค่ไหน แต่ความจริงคือความจริง ไม่มีใครหนีความจริงได้พ้น” นายอนุสรณ์ กล่าว