หน้าแรกทั่วไทย#วช. หนุน วว. วิจัยไม้ดอก สู่งาน “เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 20” สุดอลังการ #

#วช. หนุน วว. วิจัยไม้ดอก สู่งาน “เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 20” สุดอลังการ #

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมงาน “เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 20” ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อสนับสนุนผลงาน“การผลิตพันธุ์เบญจมาศปลอดโรคเชิงพาณิชย์” ของนักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ภายใต้การสนับสนุนทุนจาก วช. เพื่อสร้างอุตสาหกรรมการผลิตเบญจมาศที่มั่นคงแก่เกษตรกรไทย

ผศ.ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา นักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า ดอกเบญจมาศ เป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจ มีมูลค่าการผลิตติดอันดับ 1 ใน 4 อันดับแรกของไม้ตัดดอกทั่วโลก มียอดการซื้อขายทั่วโลกปีละหลายพันล้านบาท แต่ปัญหาหลัก ๆ ที่พบ คือ ระบบการพัฒนาสายพันธุ์เบญจมาศและระบบการผลิตต้นกล้า โดย วว.และวช. ได้เล็งเห็นความสำคัญรวมถึงปัญหาของเกษตรกรไทย ในการเพาะพันธุ์ไม้ดอกเบญจมาศ ที่มีการใช้ต้นพันธุ์เก่ามาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้นเบญจมาศมีความอ่อนแอต่อโรคและแมลง เมื่อได้มีการทำวิจัยพันธุ์ดอกเบญจมาศ และส่งต่อให้เกษตรกรนำไปปลูก จึงทำให้เกิดผลผลิตดอกเบญจมาศที่แข็งแรง ลดต้นทุนการดูแลจัดการ และลดความกังวลของเกษตรกรลงไปได้ อีกทั้ง สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายดอกเบญจมาศได้มากขึ้น 20 – 70% และมีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้า

โดยทีมวิจัยได้นำตัวอย่างพันธุ์เบญจมาศมาวิเคราะห์หาสาเหตุตัวก่อโรค ที่แปลงปลูกและแม่พันธุ์ ก่อนนำเข้าตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ได้พันธุ์เบญจมาศที่ปราศจากเชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อไวรัสที่เกิดจากการสะสมในแปลงปลูกมาเป็นระยะเวลานาน จากนั้นจึงทำการเพาะเลี้ยงกลีบดอกเบญจมาศในหลอดทดลอง จนกลีบดอกพัฒนาเป็นต้นอ่อน จึงทำการตรวจโรคด้วยเทคนิค RT-PCR เพื่อตั้งแม่พันธุ์ที่ปลอดโรค และขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน พร้อมย้ายต้นพันธุ์ออกสู่ Clean Nursery เกิดเป็นต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพ สมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค ก่อนมอบให้กับเกษตรกรกว่า 60 ราย ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ เลย อุดรธานี อุบลราชธานี และนครราชสีมา เพื่อทำการคัดเลือกและประเมินพันธุ์ที่เหมาะสมกับตลาดและผู้บริโภค นำไปสู่การผลิตเบญจมาศปลอดโรคสู่เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เกษตรกรกว่า 20 ราย ในพื้นที่ตำบลไทยสามัคคี ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมประจำปี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสลมหนาว และบรรยากาศทุ่งดอกเบญจมาศ ในงาน “เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 20” ระหว่างวันที่ 11 -20 ก.พ. นี้ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว ซึ่ง วว. และ วช. ภายใต้แผนโครงการ “การพัฒนาศักยภาพการผลิต และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ลิเซียนทัส เบญจมาศและไทร พ.ศ.2563-2564” ได้ให้การสนับสนุนต้นพันธุ์เบญจมาศปลอดโรคกว่า 20,000 ต้น เพื่อใช้เป็นแม่พันธุ์ทดแทนสายพันธุ์เดิมที่อ่อนต่อโรคแก่เกษตรกร และเป็นแม่พันธุ์ใหม่ในกระบวนผลิตเป็นเบญจมาศตัดดอก พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอ.วังน้ำเขียวได้ต่อไป

ขณะที่ นายเกียรติศักดิ์ หรือผู้ใหญ่พัฒน์ กตกุลสัญญา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ผู้ผลิตกล้าไม้ดอกไม้ประดับรายใหญ่ของจ.นครราชสีมา ทีปลูกและคลุกคลีกับเบญจมาศมานานกว่า 20 ปี เปิดเผยว่า สมัยก่อนเกษตรกรปลูกแต่เบญจมาศสายพันธุ์เดิม ๆ เมื่อ วว.และ วช.เข้ามาให้ความรู้และแนะนำสายพันธ์ุใหม่ ๆ ที่ปลอดโรค จนประสบผลสำเร็จ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 100,000 บาทต่อไร่ ซึ่งเบญจมาศสามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งตลาดมีความต้องการใช้อยู่ตลอด แต่จำนวนผู้ปลูกมีน้อย ดังนั้นการปลูกเบญจมาศในเชิงพาณิชย์จึงสามารถเติบโตได้อีกมาก ซึ่งสายพันธุ์ใหม่ของ วว.ที่เกษตรกรปลูกอยู่ อาทิโมนา , ขาวญี่ปุ่น , คาเมล และ F44 และที่เพาะเนื้อเยื่อไว้อีกหลายร้อยสายพันธ์ุจะเอื้อประโยชน์อย่างมากต่ออุตสาหกรรมเบญจมาศของไทย

ลักษณะศักดิ์ โรหิตาจล : ภาพ/ข่าว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img