ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค กล่าวถึง ความเสี่ยงและความเสียหายของเกษตรกรที่ต้องการคำตอบ ว่า พื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมจะมีลมพายุฤดูร้อนที่รุนแรง ความแรงของลมจะพัดโรงเรือนแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรเสียหาย ความเสียหายนี้ทำให้เงินเก็บสะสมจากการขายผลผลิตมาตลอดทั้งปีหายไปเกือบหมดในเพียงวันเดียวหรือคืนเดียว เพราะต้องซ่อมแซมและสร้างโรงเรือนใหม่ (ดูภาพโรงเรือนที่เสียหายเพราะพายุ)

ในอีกภาพหนึ่งเกษตรกรปลูกงากำลังโตและเริ่มออกดอกสวยงาม เวลาเดียวกันมีตัวหนอนเข้ามากินใบและทำให้ผลผลิตเสียหายได้อย่างง่ายดาย (ถ้าเกษตรกรไม่มีความรู้ที่จะแก้ไขโดยไม่ใช้สารเคมี) ภาพที่งดงามของต้นงาจะกลายเป็นความเสียหายที่เจ็บปวด (ดูภาพต้นงาและตัวหนอน) ศาสตราจารย์ ดร.กนก กล่าว

ศาสตราจารย์ ดร.กนก กล่าวต่อไปว่า ตนคงไม่ต้องยกตัวอย่างปัญหาและความยากลำบากของเกษตรกรให้มากไปกว่านี้ เช่น น้ำไม่มี ถ้ามีก็เค็ม ดินเสื่อมคุณภาพพ่อค้าเอาเปรียบ จนถึงธกส.ที่ส่งเสริมให้กู้จนหนี้ท่วมหัว เป็นต้น ตัวอย่างเรื่องที่เล่าให้ฟังเพื่อจะบอกว่า เกษตรกรต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากมายที่มาโดยไม่รู้ตัวล่วงหน้า ความเสี่ยงที่นำมาซึ่งความเสียหายและก่อให้เกิดหนี้เช่นนี้ ทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเกิดไปเสี่ยงโชคในเมืองด้วยการขับแท็กซี่ ทำงานโรงงาน ขายของหรืออาหารริมถนนในกรุงเทพ เป็นต้น ในอีกด้านเราพยายามชักชวนให้คนอีสานกลับไปบ้านทำเกษตร ถ้าความเสี่ยงและความเสียหายเช่นที่ยกตัวอย่างนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ พวกเขาย่อมไม่มีทางที่จะกลับไปเพราะพวกเขาออกจากบ้านมาก็ด้วยเหตุผลนี้มาแล้ว

“เท่าที่ผมติดตามดูโครงการประชารัฐหรือโครงการอื่นๆที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ก็ไม่สามารถแก้ไขความเสี่ยงและความเสียหายของเกษตรกรที่กล่าวมานี้ได้ ผมและทีมอาจารย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีต้องค้นหาหนทางแก้ไขความเสี่ยงและความเสียหายด้วยตัวเราเองต่อไป พี่น้องเกษตรกรอีสานต้องอดทนทำงานกับเราต่อไปนะครับ” ศาสตราจารย์ ดร.กนก กล่าว

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1808856739173421&id=109167605809018″ bottom=”30″]