เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ ศาลปกครองสูงสุด ได้มีนัดฟังคำสั่งศาล มีใจความระบุว่า “คดีนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ผู้ฟ้องคดี โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 โดยมี พนักงานอัยการ ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4

ด้วยคดีเรื่องนี้ศาลได้มีหมายนัดลงวันที่ 17 พ.ย. 2564 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 เพื่อให้ไปฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ชี้ขาดคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ฉบับลงวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 13.30 นาฬิกา

ต่อมา ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำร้อง ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2564 คำร้องลงวันที่ 8 ธันวาคม 2564 และคำร้อง ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2564 พร้อมเอกสารหลักฐานต่อศาลปกครองกลาง

โดยมีความประสงค์ที่จะให้ศาลปกครองกลางส่งคำร้องดังกล่าวพร้อมเอกสารหลักฐานไปยังศาลปกครองสูงสุด ศาลจึงมีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่อ่านจะในวันที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 13.30 นาฬิกา ออกไปนั้น และได้ส่งคำร้องของผู้ฟ้องคดีดังกล่าวไปยังศาลปกครองสูงสุด

ดังนั้นศาลปกครองสูงสุดได้ส่งคำสั่งมายังศาลปกครองกลาง ศาลจึงนัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ไปฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 21 เดือนมกราคมพ.ศ. 2565 เวลา 13.00 นาฬิกา ที่ศาลปกครองกลาง ชั้น 3 ที่ห้องพิจารณาคดี 5 ” นั้น

ล่าสุดวันนี้ (21 มค.2565) มีรายงานว่า “ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่ง กลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387 /2563 ลงวันที่24 กรกฎาคม 2563 ที่สั่งให้ผู้ฟ้องคดี สำรองราชการ และประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ของผู้ฟ้องคดี และให้ยกคำขอ ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ที่ขอให้ระงับคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของศาลปกครองชั้นต้นไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยอุทธรณ์ “คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ระบุ”

มีรายงานอีกว่า วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ได้มอบอำนาจให้ ข้าราชการตำรวจสังกัดสำนักงานกฏหมายและคดี (กมค.)เป็นตัวแทนไปฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้รับมอบอำนาจไปฟังคำสั่งดังกล่าว ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น รวมถึง ผบ.ตร.ทราบตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งแล้ว

มีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับดังกล่าวกรณีดังกล่าวนี้ ทำให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ซึ่งปัจุบันดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.(กศ.) กลับไปมีสถานะเดิมอัตราสำรองราชการ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผบ.ตร.ได้เคยมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ตาม หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(หน.ศปก.ตร.)มอบหมาย เช่นเดิม แต่ด้วยคำสั่งเดิมได้หมดอายุลง จึงต้องรอคำสั่ง ผบ.ตร.มีคำสั่งใหม่อีกครั้งเพื่อให้ไปปฎิบัติหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งที่เห็นควรต่อไป ในส่วนในตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายกิจการพิเศษ(รอง ผบ.ตร. กศ.)ซึ่งเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว นั้น ต้องว่างลง ผบ.ตร.อาจจะต้องมีคำสั่งมอบหมายหน้าที่ให้ รอง ผบ.ตร.ท่านอื่นไปปฏิบัติไปพลางก่อนอีกหน้าที่หนึ่ง หรือ อาจจะรอให้ กมค.พิจารณาในข้อกฏหมายเพื่อเสนอต่อ ตร.ให้พิจารณาดำเนินการอย่างหนึ่งต่อไป