วันที่ 19 มกราคม 2565 ที่ห้องประชุม ศปก.ภ.7 อาคารตำรวจภูธรภาค 7 จังหวัดนครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ได้เป็นประธานในการประชุม ศปก.ภ.7 ครั้งที่ 2/2565” ด้วยระบบทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) โดยมี ผบก.ฯ, รอง ผบก.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

พล.ต.ท.ธนายุตม์ ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมครั้งนี้ โดยขอขอบคุณและขอชื่นชม พ.ต.ท.กฤตญุตม์ นุ่นชูคัน สวป.สภ.ทองผาภูมิ พร้อมพวกอีก 5 นาย ที่ประสบเหตุรถยนต์เก๋งชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรวม 5 คน ก่อนที่รถยนต์เก๋งเกิดเพลิงไหม้ทั้งคัน และนำส่งผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่ รพ.ไทรโยค จนปลอดภัย

ขอให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามนโยบายการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ไว้เมื่อวันที่9 ธันวาคม 256 ที่ผ่านมา โดยให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจประมวลกฎหมายยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยทำความเข้าใจกรอบแนวคิด เจตนารมณ์ แนวทางปฏิบัติ และภารกิจใหม่ของหน่วยงานและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ-จัดให้มีการขับเคลื่อนและสร้างความพร้อมในการรองรับประมวลกฎหมายยาเสพติดอย่างเป็นระบบ มีแผนการปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน รวมทั้งจัดให้มีกลไกในการให้คำปรึกษา ติดตาม และแก้ไขปัญหาแก่หน่วยปฏิบัติในระยะเปลี่ยนผ่านการใช้กฎหมาย เพื่อให้การปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดประสบผลสำเร็จ มีการทำงานที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ให้นำประมวลกฎหมายยาเสพติดไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับภาพรวม ระดับจังหวัด โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ค้าตามแนวทางใหม่ ให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติงานด้วยความอดทน เสียสละ และซื่อสัตย์สุจริต ไม่รับผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น และหากเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะต้องถูกลงโทษโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ให้สร้างตัวแบบในการแก้ไขปัญหาตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ อาจเกิดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกัน และนำไปปฏิบัติแตกต่างกัน

ให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ซึ่งจากการตรวจสอบและปรากฏข่าวตามสื่อต่าง ๆ พบว่า ในหลายพื้นที่ยังมีการฝ่าฝืนคำสั่ง ศบค. โดยเฉพาะการลักลอบเปิดสถานบริการ การเปิดร้านอาหารที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา และการจำหน่ายสุราเกินเวลาตามที่กฎหมายกำหนด จึงกำชับให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความใน มาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 41) ลง 8 ม.ค. 65 ตลอดจน คำสั่ง สบค., หนังสือ ตร. และ วิทยุ ตร. ที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ อย่างเคร่งครัด หากตรวจสอบพบการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดทุกกรณี และให้ รอง ผบช. ที่รับผิดชอบ และ ผบก.ภ.จว. เข้มงวด กวดขัน ออกสุ่มตรวจ ติดตาม กำกับดูแลสถานประกอบการ กิจการ,กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายให้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมและมาตรการป้องกันโรคที่กำหนด

สั่งตรวจสอบการลักลอบเปิดให้บริการของสถานบริการ และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ และคาราโอเกะ ซึ่งยังคงกำหนดให้ปิดการดำเนินการในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง ให้มีผลการปฏิบัติ แล้วรายงานผลการปฏิบัติให้ ตร. ทราบ

พร้อมทั้งได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ตรวจสอบ ควบคุม และกำกับดูแลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในสังกัดอย่างใกล้ชิด อย่าให้มีกรณีการปล่อยปละละเลย หรือเรียกรับ หรือเข้าไปเกี่ยวข้องในทางทุจริตโดยเด็ดขาด หากปรากฏข่าวหรือตรวจสอบพบว่ามีกรณีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นให้พิจารณาดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งทางปกครอง ทางวินัย และทางอาญาทุกราย แล้วรายงานตามลำดับชั้นให้ ตร. ทราบ

ขณะเดียวกันได้กำชับให้ทุกหน่วย เร่งรัดผลการจับกุม คดีอาญา 4 กลุ่ม ให้บรรลุผลตามเป้าหมาย ตามที่ ตร. และ ภ.7 กำหนด และให้ทุกหน่วย เร่งรัดผลการปฏิบัติ การจับกุม ขยายผลเรื่องยาเสพติด ให้บรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัด ตามที่ ตร.กำหนด กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งงบดำเนินงาน และงบลงทุน ให้บรรลุผลตามเป้าหมาย ตามที่ ตร.กำหนด กำชับเรื่องความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ กวดขันความประพฤติระเบียบวินัยตามคำสั่ง 1212/2537 “ผบช.ภ.7 กล่าวสั่งการในที่ประชุมฯ”