หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"ผบช.โอ๋" สั่งล่าตัว มือยิงเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ต้องรายงานคืบหน้าให้ทราบทุกระยะ

“ผบช.โอ๋” สั่งล่าตัว มือยิงเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ต้องรายงานคืบหน้าให้ทราบทุกระยะ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2564 ที่ ห้องประชุมหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมป้อมปี่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ได้เดินทางมาประชุมเร่งรัดติดตามผลความคืบหน้าคดีที่น่าสนใจของประชาชน ในคดี “เจ้าหน้าที่ของอุทยานที่เข้าไปติดตั้งกล้องส่องสัตว์ จำนวน 8 คน แล้วภายหลังมีเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย คือนายภาคภูมิ มะเกิ๋นและเสียชีวิตจากอาวุธปืน จำนวน 1 ราย คือนายคฑาวุธ กลมเกลียว เหตุเกิดที่ป่าทิพุเย หมู่ 3 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 64 เวลากลางคืน” โดยมี พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พล.ต.บรรยง ทองน่วม ผบ.พล.ร.9, พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผกก.สภ.ทองผาภูมิ, นายเทวินทร์ มีทรัพย์หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.ธนายุตม์ เปิดเผยว่า สั่งกำชับให้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดในการลำเลียงผู้บาดเจ็บ ออกมารักษาตัวโดยเร็วที่สุด และให้รีบนำร่างผู้เสียชีวิต ออกมาจากจุดเกิดเหตุโดยเร่งด่วน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เร่งรัดสืบสวนหาพยานหลักฐานในคดีตามที่ได้สั่งการเพิ่มเติม ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวน ดำเนินการตามที่ได้สั่งการเพิ่มเติม โดยให้อยู่ภายใต้แนวทางของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ให้ผู้บังคับบัญชา ควบคุมกำกับดูแลและสั่งการในคดีด้วยตนเอง,ให้ดำเนินการแจ้งความคืบหน้าทางคดีให้ฝ่ายผู้เสียหายเป็นระยะ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน

ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีทุกนาย พึงระมัดระวังการให้ข่าว โดยเน้นย้ำอย่าให้มีการเผยแพร่แนวทางการสืบสวน หรือข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องทางคดี ต่อสื่อมวลชนหรือมีภาพไปปรากฎยังสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่างๆเพราะจะทำให้ข้อมูลความลับคดีหรือเทคนิคในการสืบสวนรั่วไหล ทำให้ทำงานได้ยากกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม(teamwork) บูรณาการการข่าวร่วมกันทุกฝ่าย แบ่งหน้าที่กันทำงานให้ชัดเจนให้รายงานผลการปฏิบัติให้ทราบทุกระยะ หากพบปัญหาให้รายงานให้ทราบ โดยเน้นย้ำอย่าให้เกิดข้อบกพร่องและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” และ “ขยัน อดทน ดำรงตนอย่างมีเกียรติ”

ในเวลา ต่อมา ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม “สภ.ปิล๊อก ภ.จว.กาญจนบุรี” เพื่อตรวจเยี่ยม บำรุงขวัญกำลังใจข้าราชการตำรวจ​ และขับเคลื่อนนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการยกระดับสถานีตำรวจเพื่อประชาชนโดยได้กำชับให้นำนโยบายรัฐบาล วิสัยทัศน์ ผบ.ตร. “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่นำสมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” วิสัยทัศน์ตำรวจภูธรภาค 7 “ภักดีองค์ราชันมุ่งมั่นสร้างศรัทธา พัฒนาเป็นมืออาชีพ บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม นำสมัย เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา” และวิสัยทัศน์ ผบช.ภ.7 “ทำงานเชิงรุก เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน” ไปปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ต้องทำงานกันเป็นทีม ยึดมั่นในระเบียบวินัย บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน และดำรงตนอย่างมีเกียรติการทำงานต้องประกอบด้วย “หลักการทำงาน 4443” เกาะติดพื้นที่ เกาะติดประชาชนมวลชน และชุมชน เกาะติดคนร้ายหรือเกาะติดศัตรูของประชาชน และเกาะติดผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเกาะติดลูกน้อง

ยกระดับองค์ความรู้ ยกระดับวิธีคิด ยกระดับวิธีการทำงาน และ ยกระดับการใช้ดุลพินิจ 3.3 “4 ทำ” ทำงาน ทำดี ทำบุญ และมีภาวะผู้นำ3.4 “3 S” Smart Smile Strongให้มีการระดมกวาดล้างอาวุธปืน วัตถุระเบิด มือปืนรับจ้าง อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันเหตุเชิงรุก ก่อนเหตุเกิด อันอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศ นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามโครงการ “SMART SAFETY ZONE 4.0” บริการประชาชน และนักท่องเที่ยวด้วยใจบริการ(SERVICE MIND)

ให้มีมาตรการป้องกัน แก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 มีการตรวจสอบแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม บ้านพัก ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติ มาตรการของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัดให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติ และพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชา ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนธรรมเนียมของทางราชการอย่างสม่ำเสมอโดยใกล้ชิด และสร้างขวัญกำลังใจ ความสามัคคี ภาพลักษณ์ของตำรวจให้ดีขึ้น และสร้างความเชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชนเพื่อให้ยอมรับว่าข้าราชการตำรวจเป็นมิตรที่ดีของประชาชน เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงตามคำสั่งกรมตำรวจ ที่ 1212/2537 ลง 1 ต.ค.2537 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ

ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตรวจสอบควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การกระทำความผิดใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ห้ามมิให้เรียกรับผลประโยชน์ การจับกุมในลักษณะกลั่นแกล้ง มีส่วนพัวพันกับการกระทำความผิด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการทางวินัย คดีอาญาและปกครองอย่างถึงที่สุด ทั้งนี้ได้มอบถุงบำรุงขวัญ จำนวน 26 ถุง และมอบเงินส่วนตัว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ “ผบช.ภ.7 กล่าว”

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img