วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เพลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย นางศิริรัตน์ นิลสมัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ คณะนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือ และคณะผู้บริหารสมาคมภริยาทหารเรือ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยมี พลเรือโท สมพงษ์ นาคทอง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งเชิญผู้บัญชาการทหารเรือตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทแก่กำลังพล ก่อนเข้ารับฟังการบรรยายสรุป เพื่อรับทราบถึง ผลการดำเนินงาน ตลอดจนอุปสรรคและข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ของทัพเรือภาคที่ 3

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวชื่นชมทัพเรือภาคที่ 3 ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทัพเรือภาคที่ 3 และ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3 )สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดีจนได้รับคำชื่นชมจากหน่วยราชการและประชาชนในพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ขอให้กำลังพลทุกนาย ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความจงรักภักดี ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนอื่น มีความรักความสามัคคี รักกันแบบพี่น้อง แบบครูกับศิษย์ มีการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและนอกกองทัพเรือ พัฒนาขีดความสามารถให้สูงยิ่งขึ้นไป โดยยึดนโยบายกองทัพเรือและเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2565 เป็นกรอบทิศทางหลัก และแนวทางปฏิบัติงานที่สำคัญที่จะดำเนินการเพื่อร่วมกันเสริมสร้างและพัฒนากองทัพเรือ ให้มีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงตลอดไป

สำหรับทัพเรือภาคที่ 3 เป็นหน่วยงานหลักของกองทัพเรือทางด้านทะเลอันดามัน รับผิดชอบตลอดแนวชายฝั่งตั้งแต่ จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล รวม 6 จังหวัด มีความยาวตามแนวชายฝั่งทะเล ประมาณ 555 กิโลเมตร (300 ไมล์ทะเล) ครอบคลุมพื้นที่ในทะเลประมาณ 77,700 ตารางกิโลเมตร (30,000 ตารางไมล์) โดยมีน่านน้ำด้านทิศเหนือติดต่อกับน่านน้ำประเทศเมียนมา ด้านทิศตะวันตกติดกับน่านน้ำประเทศอินเดีย และ ด้านทิศใต้ ติดต่อกับน่านน้ำประเทศอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย โดยทัพเรือภาคที่ 3 และ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน การคุ้มครองและรักษาความปลอดภัยให้กับเรือประมง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ซึ่งผลการปฏิบัติที่สำคัญในรอบปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ การจัดระเบียบพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวทางทะเล โดยได้มีการบูรณาการกำลังในการตรวจท่าเรือ การลาดตระเวนทางทะเล รวมถึงการสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) และจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ซึ่งทัพเรือภาคที่ 3 ได้จัดกำลังพลให้การดูแลช่วยเหลือประชาชน ผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดกำลังพลบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์ ให้การสนับสนุนทีมแพทย์ พยาบาล ในการดูแลรักษาผู้ป่วย ผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค การบูรณาการ ให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการมอบถุงยังชีพ อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค บรรเทาความเดือดร้อน ให้กับประชาชนทุกพื้นที่

ต่อมาในช่วงบ่าย ผู้บัญชาการทหารเรือได้เป็นประธาน การประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือสัญจร ณ ห้องประชุม กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Tele Conference : VTC) โดยผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวขอบคุณ หน่วยต่างๆ ที่ปฏิบัติ ภารกิจ ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เป็นอย่างดี อาทิการให้การช่วยเหลือ ประชาชน จากอุทกภัย ในพื้นที่รับผิดชอบ ที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยมีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ทำให้สามารถให้การ แจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที รวมถึงเหตุการณ์ เรือประมงอนันตศักดิ์ อับปางกลางทะเลในพื้นที่ในจังหวัดระยอง ซึ่งทัพเรือภาคที่ 1 และนักประดาน้ำได้ทำการกู้ศพลูกเรือที่ ติดอยู่กับซากเรือและจมลงสู่ใต้ทะเลขึ้นมาได้ อย่างรวดเร็วแม้จะพบกับอุปสรรคและความยากลำบากอันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะช่วยชีวิตไม่ได้แต่ก็สามารถนำศพกลับไปให้ญาติบำเพ็ญกุศลได้ นอกจากนั้นในส่วนของการดำเนินที่สำคัญ ในห้วงต่อไปคือการดำเนินการพัฒนาและดูแลรักษาคูคลองในพื้นที่โดยรอบกองบัญชาการกองทัพเรือพระราชวังเดิมและวังนันทอุทยาน รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่รู้จักการอนุรักษ์ และช่วยกันรักษาคูคลองให้สะอาด พร้อมทั้งมุ่งเน้นกาคเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ อนุรักษ์ และฟื้นฟูคลองอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือได้เน้นย้ำ กับหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ เกี่ยวกับเรื่องการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ โดยเคร่งครัด และให้ ทันต่อสถานการณ์ที่ ศบค.ประกาศ รวมถึงสร้างการตระหนักรู้แก่กำลังพลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น จากสถานการณ์ภัยหนาวที่กำลังจะมาถึงผู้บัญชาการทหารเรือได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือเตรียมการในการให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว ในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงดำเนินการรองรับสถานการณ์มลพิษทางอากาศจาก PM 2.5 ที่มักจะมาในช่วงฤดูหนาว

ท้ายที่สุดผู้บัญชาการทหารเรือได้เน้นย้ำหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือทุกหน่วย เกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยขอให้มีการกวดขันและ สอดส่องดูแลกำลังพล อย่าให้มีการใช้พื้นที่หน่วย แสวงหาผลประโยชน์หรือใช้เป็นช่องทางที่เอื้อต่อการทำผิดกฎหมาย อย่างเด็ดขาด หากพบว่ามีการกระทำความผิดหรือมีการทุจริต หัวหน้าหน่วยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ