
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.00 น. สภ.เมืองนครปฐม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เป็นประธานแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยมี พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐรอง ผบช.ภ.7(ปส), พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม, นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา นายประกรณ์ ปานอ่อน อายุ 35 ปี ที่อยู่ 304 หมู่ 4 ต.ปากแรต อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

โดยมีของกลางหลายรายการประกอบด้วย 1.) ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) สีส้ม ลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งมีอักษรประทับ WY จำนวน 118,800 เม็ด (โดยแบ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก แบบรูดปิดดึงเปิดถุงละ 198 เม็ด แบ่งเป็นถุงสีน้ำเงิน 360 ถุง และเป็นถุงสีดำ 240 ถุง รวมทั้งหมด 600 ถุง), 2.) ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) สีเขียว ลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งมีอักษรประทับ WY จำนวน 1,200เม็ด (โดยแบ่งออกบรรจุอยู่ในถุงถุงพลาสติก แบบรูดปิดดึงเปิดถุงละ 2 เม็ด แบ่งเป็นถุงสีน้ำเงิน 360 ถุง และเป็นถุงสีดำ 240 ถุง รวมทั้งหมด 600 ถุง) ของกลางลำดับที่ 1, 2 ห่อด้วยกระดาษประทับตรา 999 ถูกซีนในพลาสติก 12 ก้อน แบ่งเป็นก้อนละ 10,000 เม็ด (สีดำ 20 ถุง จำนวน 4,000 เม็ด และสีน้ำเงิน 30 ถุง จำนวน 6,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 120,000 เม็ด) บรรจุอยู่ในถุงกระสอบสีขาว ซุกซ่อนอยู่ภายในรถนต์บริเวณช่องวางเท้าด้านหน้าเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ข้างผู้ขับขี่ ขณะที่ตัวนายประกรณ์ฯ ขับขี่, 3.) โทรศัพท์ยี่ห้อ oppo สีฟ้า-ดำ หมายเลขโทรศัพท์ 062-0324165 เครือข่าย DTAC IMEI1 : 867218057218057202657, IMEl2 : 867218057202640, 4.) โทรศัพท์ยี่ห้อ vivo สีดำ หมายเลขโทรศัพท์ 093-0097445 เครือข่าย AIS หมายเลขโทรศัพท์ 082-4257101 เครื่อข่าย DTAC IMEl1 : 868130039512657, IMEl2 : 869130039512640 ของกลางลำดับที่ 3, 4 วางอยู่บริเวณบนเบาะผู้โดยสารด้านหน้า, 5.) รถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ชิตี้ สีดำ ติดแผ่นป้ายเลขทะเบียน กฉ 5204 กาญจนบุรี( หลังจากตรวจสอบเป็นรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กธ 890 ฉะเชิงเทรา เลขตัวรถ MRHGD85804-P100447 ), 6.) ใบรับรองผลการตรวจหาสารเสพติดทางปัสสาวะจาก โรงพยาบาลนครปฐม จำนวน 1 ชุด

คดีดังกล่าวเกิดเหตุเมื่อ วันที่ 21 พ.ย. 2564 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณ ริมถนนหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครปฐม พบรถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนต้า รุ่น ชิตี้ สีดำ ติดแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน กฉ 5204 กาญจนบุรี โดยมีนายประกรณ์ ปานอ่อน(ทราบชื่อ สกุลภายหลัง) เป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวมา ขับขี่มาในลักษณะท่าทีมีพิรุธต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เรียกรถยนต์คันดังกล่าว เพื่อทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางลำดับที่ 1,2 ตามบันทึกข้างต้น อยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว บริเวณช่องวางเท้าด้านหน้าเบาะผู้โดยสารด้านหน้าข้างผู้ขับขี่ และของกลางลำดับที่ 3,4 อยู่บริเวณบนเบาะโดยสารด้านหน้า สอบถามนายประกรณ์ฯ ให้การว่าของกลางดังกลาวเป็นของตนเองจริง โดยการติดต่อว่าจ้างมาทางไลน์โดยเพื่อน ชื่อ นายแมน (ไม่ทราบชื่อนามสกุล) เป็นคนแนะนำให้รู้จักทางไลน์

โดยเวลาประมาณ 18.00 น. ให้เข้าไปรับยาเสพติด บริเวณปั้มแก๊ส NGV ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี แต่เมื่อไปถึงบริเวณปั้มได้ข้อความทางไลน์ แจ้งว่า ย้ายจุดไปบริเวณหน้าวัดบางนมโค จ.อยุธยา แต่เมื่อไปถึงบริเวณหน้าวัดบางนมโค ก็ได้ข้อความทางไลน์ แจ้งว่าย้ายไปพบอีกจุดหนึ่งบริเวณตลาดนพวงศ์ จ.ปทุมธานี เมื่อไปถึงก็ได้รับข้อความทางโลน์ แจ้งว่าย้ายไปพบบริเวณจุดนัดพบจุดแรก บริเวณปั้มแก๊ส NGV ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และได้รับของกลางดังกล่าว เวลาประมาณ 21.00 น. ให้นำของกลางไปวางในเขตจังหวัดราชบุรี เมื่อวางของกลางเรียบร้อย ให้ตัวนายประกรณ์ฯ บอกมาทางไลน์ ไปวางไว้บริเวณไหน เดียวจะมีคนมารับต่ออีกทอดหนึ่ง โดยได้รับการว่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท โดยจะจ่ายหลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อย และยังให้การอีกว่าตนเองได้เสพมาเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำปัสสาวะส่งตรวจที่โรงพยาบาลนครปฐม

ผลการตรวจพบว่า มีสารเมทแอมเฟตามีน ในปัสสาวะ จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมายผู้ถูกจับกุมให้การ รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
ซึ่งการตั้งจุดตรวจจุดสกัดและจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้เป็นไปภายใต้แผนยุทธการ “พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี” โดยชุดสืบสวนจะดำเนินสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป ในการปฏิบัติในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมบูรณาการกำลังตามหลักการ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในเวลาต่อมา การปฏิบัติการดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้จึงถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในการพิทักษ์และรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง
ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 7 ได้ฝากถึงประชาชนว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่และให้ความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย ขอชมเชยพร้อมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป “ผบช.ภ.7 กล่าว”

