นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมปีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดพิจารณาคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยซึ่งคดีค้างพิจารณาอยู่ตามคำร้องขอของโจทก์คืออัยการสูงสุด และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ขอให้ยกคดีขึ้นมาพิจารณาต่อไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน โดยมีคดีที่นัดพิจารณาแล้วคือ

1. วันที่ 20 มิถุนายน 2561 คดีดำ อม 3/2555 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ 1 กับพวกรวม 27 คน จำเลย ข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีธนาคารกรุงไทย จำกัด ปล่อยเงินกู้ นัดพิจารณาครั้งแรก
2. วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 คดีดำ อม 3/2551 ระหว่าง คตส.โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร จำเลย ข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีการปล่อยเงินกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นัดพิจารณาครั้งแรก
3. วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 คดีดำ อม 9/255 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร จำเลย ข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีแปลงสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ นัดตรวจพยานหลักฐาน
4. วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 คดีดำ อม 1/2551 ระหว่างคตส.โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ที่ 1 กับพวกรวม 47 คน จำเลย ข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีที่เรียกกันว่าการขายหวยบนดิน นัดพิจารณาครั้งแรก

นายชูชาติ ให้ความเห็นโดยระบุว่า “กรณีที่มีกลุ่มคนบางกลุ่มออกมาตำหนิ โจมตี ด่าผู้พิพากษาศาลยุติธรรมด้วยถ้อยคำที่หยาบคายอย่างรุนแรงในขณะนี้ โดยยกเอาเรื่องที่สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ ภาค 5 และบ้านพักตุลาการที่เชียงใหม่ มาเป็นเหตุอ้าง ทั้งๆ ที่ผู้พิพากษาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องในการดำเนินการก่อสร้างของสำนักงานศาลยุติธรรมเลย
…..การที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกเอาคดีดังที่กล่าวข้างต้นขึ้นมาพิจารณา นายทักษิณและบริวารทั้งหลายพอจะคาดหมายได้ว่าผลของคดีจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะบางคดีที่ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยบางคนไปแล้ว
…..จึงเชื่อได้ว่านี่คือสาเหตุอันแท้จริงที่เป็นเหตุให้ผู้พิพากษาศาลยุติธรรมโดยรวมถูกด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคายอย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้เพื่อต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลยุติธรรมของไทยที่นายทักษิณและบริวารได้กระทำมาตั้งแต่นายทักษิณถูกพิพากษาลงโทษจำคุกในคดีที่ดินที่ถนนรัชดาภิเษกและพิพากษาให้ยึดเงินของนายทักษิณจำนวน 46,000 ล้านบาทเศษเป็นของแผ่นดิน และได้กระทำกันตลอดมา แม้ว่าก่อนหน้านี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ แต่ครั้งนี้ได้ลากเอาบุคคลที่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง รวมทั้งสื่อมวลชนที่เป็นบริวารของนายทักษิณและสื่อมวลชนที่ซื่อบริสุทธิ์ต้องการขายข่าวเพื่อจะได้มีผู้ติดตามมากขึ้นเท่านั้น เข้ามาร่วมขบวนการได้ด้วย จึงถือได้ว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด
…..ท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่ส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารของสำนักงานศาลยุติธรรมเลยเพราะงบประมาณการก่อสร้างทั้งหมดได้ผ่านรัฐสภาในสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจึงไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ยังถูกลากมาถามหาความรับผิดชอบและถูกด่าที่ไม่สั่งการให้รื้ออาคารที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและกำลังก่อสร้างใกล้เสร็จโดยเร็ว

…..จึงเป็นการแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า นี่คือขบวนการเมืองที่ต้องการทำลายล้างศาลยุติธรรมและรัฐบาลชุดนี้ไปพร้อมกัน ทั้งจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ตลอดไป

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/chuchart.srisaeng/posts/1459871154139106″ bottom=”30”]