หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"ผบช.ภ.2 " ยืนยันทำสำนวนแก๊งมังกรจีนเสร็จส่งอัยการตามกรอบ ไม่ย่อหย่อน-ชักช้า แม้เดินทางออกประเทศ ก็ต้องติดตามตัวเพื่อส่งฟ้อง

“ผบช.ภ.2 ” ยืนยันทำสำนวนแก๊งมังกรจีนเสร็จส่งอัยการตามกรอบ ไม่ย่อหย่อน-ชักช้า แม้เดินทางออกประเทศ ก็ต้องติดตามตัวเพื่อส่งฟ้อง

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 ได้เปิดเผยถึง จากกรณีเมื่อเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลาประมาณ 14.00 น. นายจั๋ง หยาง หรือลีโอ พร้อมพวก ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เหตุเกิดบ้านเลขที่ 113/76 หมู่ที่9 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเมื่อ 3 สิงหาคม 2564 ต่อมาวันที่ 16 สิงหาคม ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหา เนื่องจากไม่มีการยื่นฟ้องผู้ต้องหาภายในกําหนดฝากขังครั้งที่ 7 คือวันที่ 12 สิงหาคม 2564 กระทั่งวันที่ 17 สิงหาคม ผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

โดยได้กล่าวชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงขั้นตอนการทำสำนวนการสอบสวนคดีนี้ว่า คดีนี้มีปัญหาเรื่องมูลเหตุการเข้าตรวจค้น วัตถุพยานที่ใช้ในการกระทำความผิด เรามีกล้องวงจรปิดทั้งในบ้าน หน้าบ้าน หลังบ้าน ต้องทำการตรวจเก็บโดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) เมื่อตรวจเก็บแล้วพนักงานสอบสวน ยังไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้การได้ ต้องรอให้พฐ.ส่งข้อมูลกลับมา เราต้องทำหนังสือไปขอว่าจะใช้ข้อมูลตรงส่วนไหนอย่างไร พนักงานสอบสวนจะเอามาพิสูจน์ดูว่า ใครทำอะไรจุดใด เวลาใด จากนั้นจะเรียกแต่ละบุคคลมาสอบสวนเพื่อนำเข้าสำนวน

สำหรับเรื่องอาวุธปืนที่ใช้ในการกระทำผิดก็ต้องส่งตรวจทุกกระบอก และพิสูจน์ให้ได้ว่าหัวกระสุนและปลอกกระสุนที่พบยิงจากปืนกระบอกใด อีกส่วนคือเสื้อเกราะ ระเบิดควัน ที่เป็นเครื่องยุทธภัณฑ์ จะต้องส่งตรวจว่าเป็นเครื่องยุทธภัณฑ์ตามกฎหมายหรือไม่ และยังต้องส่งคัดแยกพยานเอกสารซึ่งเป็นภาษาจีนซึ่งมีจำนวนมีประมาณ 7-8 ลัง ว่าเป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ ยังมีเรื่องบัตรประจำตัวประชาชนปลอมที่ตรวจยึดได้แยกดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่ง และเรื่องการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวบุคคล ได้มีการเก็บดีเอ็นเอบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่งไปตรวจเปรียบเทียบร่องรอยที่พบในที่เกิดเหตุ รวมถึงต้องสอบสวนพยานทุกคนที่เกี่ยวข้องทางคดีทั้งหมด ทั้งชุดจับกุม ผู้ต้องหา พยานทุกคนที่อยู่ในบ้าน

ผบช.ภ.2 กล่าวต่อ ว่าจะเห็นว่ากระบวนการทั้งหมดไม่สามารถทำให้เสร็จได้ในครั้งเดียว มันไม่ได้เป็นการสอบสวนที่ช้า คดีนี้แม้จะเป็นคดีเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย แต่จำเป็นต้องทำด้วยความละเอียดรอบคอบ เพราะมีผลกระทบหลายด้าน กราเอาพยานหลักฐานเข้าสำนวนต้องเป็นไปด้วยความถูกต้อง เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวนไม่ได้ย่อหย่อนหรือทำอะไรชักช้า แต่ต้องดูว่าการเข้าพบพนักงานสอบสวนของแต่ละฝ่าย เขาผัดผ่อนในการเข้าพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ อย่างพยานปากสำคัญคือตำรวจที่ถูกยิง ก็ต้องรอให้อาการพ้นขีดอันตรายจึงจะเข้าสอบสวนได้

พล.ต.ท.ธิติ ยังได้กล่าวอีกว่า ในทางคดีเราต้องดูหลายๆ ประกอบกัน การที่จะบอกว่าช้าหรือไม่ช้า ไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลา แต่อยู่ที่ว่าพฤติกรรมสลับซับซ้อนหรือไม่ พยานที่จะเข้าให้การมีใครบ้างมีการขอนัดผัดผ่อนอะไรหรือไม่ วัตถุพยานทางคดีมีการนำเข้ากระบวนทางสำนวนอย่างไร พยานเอกสารที่นำเข้าสำนวน พยานบุคคลที่ต้องตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องใช้ทั้งหมดมาประกอบการดำเนินคดี ระยะเวลาที่เกิดขึ้นถ้าหากเห็นในสำนวนจริงๆ จะบอกว่าไม่ช้า สมเหตุสมผล ทำได้รอบคอบ เป็นการเร่งรัดทำสำนวนได้ทันเวลาด้วย ตนมองว่าหากพนักงานสอบสวนมีเจตนาจะช่วยผู้ต้องหา ทำสำนวนไม่เสร็จจะง่ายกว่า จึงขอชี้แจงว่าพนักงานสอบสวนตั้งใจทำงานทุกคน ไม่มีเจตนาแอบแฝง ทำตรงไปตรงมาทุกประเด็น

รายละเอียดของพนักงานสอบสวนมที่ปรากฎในสำนวนที่ส่งอัยการ จะมีบันทึกเลยว่าแต่ละครั้งที่ขอฝากขังมีความคืบหน้าทางคดีอย่างไร เพราะถ้าตรงนั้นบกพร่องทาง ตร. มีมาตรการดำเนินการอยู่แล้ว แต่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้คดีนี้สามารถทำได้ภายในกำหนดฝากขัง ซึ่งในวันที่ไปส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนได้นำไฟล์เอกสาร ผังชาร์จ สรุปภาพรวมไปส่งมอบให้ด้วย สามารถใช้เป็นข้อมูลหลักฐาน โดยที่พนักงานอัยการไม่จำเป็นต้องขึ้นร่างใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ระยะเวลาการทำงานรวดเร็วมากขึ้น

สำหรับ สาเหตุที่พนักงานสอบสวนไม่แยกสำนวนคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงานส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาก่อนนั้น เหตุเพราะพนักงานสอบสวนทำทุกคดีพร้อมกันทั้งหมด และพยานทุกปากต้องร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน จะแยกทำทีละคดีไม่ได้ หากส่งฟ้องไปก่อนคดีอาจจะขาดช่วง ทำให้พยานหลักฐานที่จะเชื่อมโยงกันมามัดผู้ต้องหาได้แน่นหนาขึ้นถูกลดทอนลง และพนักงานอัยการจะมองไม่เห็นภาพรวมว่าจิ๊กซอว์แต่ละตัวต่อกันอย่างไร และจะเป็นช่องว่างให้ผู้ต้องหานำมาต่อสู้คดี แต่ถ้าเราทำไปทั้งหมดในเวลาพร้อมเพรียงกันเขาจะมองภาพออกทั้งหมด จึงต้องใช้ระยะเวลาทำเป็นเรื่องเดียวกันให้ได้ ส่วนการฟ้องไม่ทัน ไม่ได้เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหนีออกนอกประเทศ

ซึ่งการที่ทีมทนายได้ยื่นขอศาลขอเพิกถอนเงื่อนไขการเดินทางออกประเทศและศาลได้มีคำสั่งเพิกถอน ทำให้ผู้ต้องหาสามารถเดินทางนอกประเทศได้ เป็นอำนาจของศาล แต่เราต้องมีกระบวนการไปติดตามตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องให้ได้

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img