เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม wevo ได้เดินทางมาเตรียมจัดกิจกรรมขายกุ้งเค้าดาวน์ โดยนำกุ้ง น้ำหนักรวมประมาณ 5 ตัน มูลค่ากว่า 8 แสนบาท ที่บริเวณสนามหลวง
ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน(คฝ.) นำโดย พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 รักษาราชการแทน ผบก.น.1 พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้เข้าเจรจากับทางนายปิยรัฐ ให้ยุติกิจกรรม โดยยืนยันว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณะ ห้ามให้มีการขายของเด็ดขาด พร้อมกระชับพื้นที่ล้อมรถเครื่องขยายเสียงไว้
โดยทางกลุ่มการ์ด wevo ระบุว่า ขณะนี้ทางตำรวจไม่ยอมให้นำรถน้ำแข็งเข้ามาในสนามหลวง ทำให้พวกตนกังวลว่ากุ้งที่นำมาขายจำนวน 5 ตันในวันนี้จะน็อคตายหหมด

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่า ทาง พ.ต.อ.อรรถวิทย์ อยู่ระหว่างเจรจากับทางแกนนำ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่ให้ทางกลุ่ม wevo จัดกิจกรรม และจะมีความผิดเรื่องห้ามมั่วสุม-ชุมนุม-ทำกิจกรรมแออัด เสี่ยงแพร่เชื้อ โควิด-19 ฝ่าฝืนเจอคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ต่อมาเวลา 12.10 น. ตำรวจสน.ชนะสงคราม ได้อ่านประกาศว่า การกระทำของกลุ่ม wevo ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก่อนคุมตัวโตโต้ พร้อมการ์ดจำนวนหนึ่งส่ง สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดี ขณะที่ทางกลุ่มการ์ดได้ให้รถที่นำกุ้งมา ขับออกจากบริเวณสนามหลวงทันที
จากนั้นในเวลา 12.20 น. ระหว่างที่ตำรวจพยายามปิดประตูสนามหลวง ทางกลุ่ม wevo ได้พยายามยื้อแย่งประตู เนื่องจากต้องการให้เพื่อนที่อยู่ด้านใน และจะนำสิ่งของออกมาก่อน ทำให้เกิดเหตุชุลมุนขึ้น โดยระหว่างชุลมุนมีหญิงรายหนึ่งถูกถีบจนหงายท้อง

น.ส.เอ (นามสมมุติ) การ์ดอาสาหญิงที่ถูกถีบหงายท้อง กล่าวว่า ในหว่างที่ตำรวจจะปิดประตู ทางการ์ดได้แจ้งว่าจะเข้าไปเอาของและให้เพื่อนที่ยังอยู่ด้านในออกมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม จึงมีการยื้อแย่งประตูกัน ทำให้ตนล้มลง ขณะล้มลงก็เห็นรองเท้าคอมแบตถีบมาที่บริเวณใบหน้าตนจนเลือดออก และยังมีตำรวจที่แต่งชุดสีกากีให้จับตนเข้าไปด้านใน แต่เพื่อนการ์ดช่วยออกมาได้ หลังจากนี้ ตนจะนำหลักฐานทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอไปแจ้งความดำเนินคดี
ต่อมามีรายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจได้นำตัวนายปิยรัฐ และพวกจำนวนหนึ่ง ไปควบคุมตัวไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค1 (บก.ตชด.ภ.1) คาดว่าหลังจากนี้ตำรวจจะดำเนินคดีในข้อหา ห้ามมั่วสุม-ชุมนุม-ทำกิจกรรมแออัด เสี่ยงแพร่เชื้อ โควิด-19 ตามคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน มีโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

