นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังรับทราบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีนายกรัฐมนตรีพักบ้านพักทหารว่า ขณะนี้ทุกคนรับทราบคำวินิจฉัยแล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยในฐานะผู้ร้อง ก็ร้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคำร้อง โดยเฉพาะเหตุผลเรื่องการรักษาความปลอดภัยในฐานะผู้บริหารประเทศ ทั้งที่นายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ ก็อาศัยที่บ้านพักตัวเองและได้รับการดูแลรักษาความปลอดภัย พร้อมระบุว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผูกพันทุกองค์กรผูกพันเฉพาะองค์กรภาครัฐ แต่พรรคเพื่อไทยไม่ใช่องค์กรภาครัฐ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะขอรอคำวินิจฉัยฉบับเต็มและนำไปหารือกันภายในพรรคเพื่อไทยก่อน แต่เบื้องต้นเมื่อคำวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ คงไปร้องเอาผิดต่อไม่ได้
“ประเสริฐ” ห่วง คดีนายกฯเป็นแบบอย่างให้หน่วยงานอื่นในอนาคต คาดสภาจะมีการพูดคุยปรับระเบียบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะการปฏิรูปกองทัพ
ทั้งนี้นายประเสริฐ กล่าวว่า กรณีที่มีการเทียบกับผู้บัญชาการทหารบกคนอื่น ที่อาศัยบ้านพักทหารหลังเกษียณอายุราชการ เนื่องจากเป็นผู้ประกอบคุณงามความดี นั้น มองว่า บรรทัดฐานนี้เทียบกับผู้บัญชาการคนอื่นไม่ได้ พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นข้าราชการการเมือง ต้องมีวุฒิภาวะและจริยธรรมสูงกว่าทั่วไป และแสดงความเป็นห่วงว่า หากเป็นแบบอย่างให้กับหน่วยงานอื่นๆ ในอนาคต ออกระเบียบภายในให้ผู้ที่เกษียณอายุราชการสามารถใช้บ้านพักต่อไปได้ จะทำให้ต้องเสียงบประมาณอีกจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ กล่าวว่า สภาคงจะมีการพูดคุยกันถึงการปรับระเบียบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะการปฏิรูปกองทัพ ที่พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก เคยระบุไว้ แต่ขณะนี้พลเอกอภิรัชต์เกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็ยังไม่เห็นผลที่ออกมา ซึ่งพรรคเพื่อไทย มีการติดตามตั้งแต่มีเหตุทหารกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา จนถึงกรณีบ้านพักสวัสดิการทหาร และจะติดตามต่อไปเพื่อสร้างมาตรฐานความเป็นธรรม ซึ่งข้าราชการผู้น้อยไม่มีบ้านอยู่ ขณะที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มีหลายหลัง จึงต้องลดความเหลื่อมล้ำ และอนาคตคงมีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง

