ข้าวโพดต้นสดพร้อมฝักสร้างรายได้เกษตรกร

นางสุจารีย์ พิชา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จากการลงพื้นที่ของ สศก. โดย สศท.1 เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตข้าวโพดต้นสดพร้อมฝักในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า มีพื้นที่ความเหมาะสมในการปลูก (S1,S2) จำนวน 770,392 ไร่ ซึ่งเกษตรกรมีการปลูกในพื้นที่ S1,S2 เพียง 39,504 ไร่ คงเหลือพื้นที่ความเหมาะสมอีกจำนวน 730,888 ไร่ ที่เกษตรกรยังไม่มีการใช้พื้นที่เพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สำหรับพื้นที่มีความเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3, N) เกษตรกรทำการปลูกจำนวน 40,683 ไร่ ดังนั้น จึงแนะนำให้เกษตรกรหันมาปรับระยะเวลาเก็บเกี่ยวให้เร็วขึ้น คือ 85 – 90 วัน และใช้พันธุ์ที่เหมาะสม เช่น พันธุ์นครสวรรค์ 80 แทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีระยะเวลาเก็บเกี่ยว 120 วัน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว เกษตรกรยังสามารถปลูกได้ประมาณ 3 รอบในระยะเวลา 1 ปี

สำหรับต้นทุนการผลิตข้าวโพดต้นสดพร้อมฝัก เฉลี่ยอยู่ที่ 6,133 บาท/ไร่/รอบการผลิต เกษตรสามารถปลูกได้ 3 รอบ/ปี โดยรุ่นที่ 1 จะปลูกช่วงต้นฝนเดือนพฤษภาคม เก็บเกี่ยวกลางเดือนกรกฎาคม รุ่นที่ 2 ปลูกช่วงปลายฝนเดือนกรกฎาคม เก็บเกี่ยวเดือนตุลาคม และรุ่นที่ 3 ปลูกปลายเดือนตุลาคม เก็บเกี่ยวเดือนมกราคมของทุกปี ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 85-90 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 5,800 กิโลกรัม/ไร่/รอบการผลิต เกษตรกรได้ผลตอบแทน 6,574 บาท/ไร่/รอบการผลิต ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) เฉลี่ย 440 บาท/ไร่/รอบการผลิต ราคาที่เกษตรกรขายได้ 1.10 บาท/กิโลกรัม

ด้านการซื้อขายข้าวโพดต้นสดพร้อมฝักในพื้นที่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 55 เกษตรกรจะจำหน่ายผลผลิตให้กับสหกรณ์โคนมการเกษตรไชยปราการ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ โดยผ่านตัวแทนผู้รวบรวมผลผลิตในพื้นที่ ซึ่งได้มีการทำ MOU กับสหกรณ์โคนม ในเรื่องปริมาณและราคาในการรับซื้อผลผลิตแต่ละรุ่น ซึ่งตัวแทนจะทำหน้าที่ในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร จากนั้นจะทำการตัดสับต้นข้าวโพดผ่านเครื่องช็อปต้นข้าวโพด และขนส่งให้กับโรงบ่อหมักของสหกรณ์โคนมเพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการทำข้าวโพดหมัก และจำหน่ายแก่ผู้เลี้ยงโคนมที่เป็นสมาชิกสหกรณ์