การประชุมร่วมรัฐสภาสมัยสามัญ เพื่อพิจารณารับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญ 7 ญัตติ ล่าสุดเริ่มการประชุมแล้ว โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประการประชุม เริ่มจากการพิจารณารายงานของกรรมาธิการศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนรับหลักการ ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุม นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย หารือต่อประธานรัฐสภา โดยประเมินจากเนื้อหา ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษามาแล้ว คาดการณ์ว่าน่าจะอภิปรายได้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ ส่วนการลงมติต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา หรือไม่น้อยกว่า 84 คน จึงเสนอให้วุฒิสภาลงมติโดยการขานชื่อก่อน หากไม่ถึง 84 เสียง ก็ไม่ต้องดำเนินการต่อ จะได้มียืดเยื้อการพิจารณา
ขณะเดียวกันประธานรัฐสภา รายงานกรอบเวลาการพิจารณาโดยวุฒิสภาได้เวลาอภิปราย 5 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนภาคประชาชนที่เสนอร่างกฎหมายได้เวลาชี้แจงร่างกฎหมาย 30 นาที
ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน รายงานว่า ได้ตกลงกันกับฝ่ายรัฐบาล โดยฝ่ายค้านได้เวลา 5 ชั่วโมง ส่วน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้เวลา 4 ชั่วโมง แต่กังวลว่าหากจะตั้งเป้าลงมติได้ไม่เกินพรุ่งนี้ ดังนั้นวันนี้น่าจะต้องอภิปรายจบหลังเที่ยงคืน แล้วอภิปรายวันพรุ่งนี้ต่ออีกไม่เกินเวลา 14.00 น. และลงมติจบไม่เกิน 18.00 น. โดยนายชวน กล่าวสรุปว่า ระยะเวลาอภิปรายคงจะใช้ราว 15 ชั่วโมงเศษ
“วิรัช” รายงานผลศึกษา ร่างแก้ รธน.ก่อนลงมติ
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ 6 ญัตติ ได้รายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ในที่ประชุมร่วมรัฐสภาว่า เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การลงมติรับหลักการ จึงเห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ขึ้นมาพิจารณาศึกษาก่อน
โดยมีการศึกษาประเด็นข้อกฎหมายว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2555 หรือไม่ การทำประชามติจำเป็นต้องดำเนินการก่อนเริ่มการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ควรกำหนดวิธีการอย่างไร เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่กระทบต่อพระราชอำนาจในหมวดอื่นๆ นอกจากหมวด 1 และ 2 และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างที่ 3-6 ขัดต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างที่ 1 และ 2 หรือไม่ เนื่องจากเมื่อมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.ขึ้นมาเพื่อยกร่างทั้งฉบับ จะทับซ้อนกับการแก้ไขเนื้อหารายมาตราหรือไม่ โดยคณะกรรมาธิการได้เชิญบุคคลผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็น เพื่อความสมบูรณ์ครบถ้วน และเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการทุกคนแสดงความเห็น โดยไม่มีการลงมติ มีเอกสารที่เกี่ยวข้องในภาคผนวกเพื่อประกอบการพิจารณาลงมติรับหลักการหรือไม่

“นิกร”แจงสภากมธ.ศึกษาไม่ลงมติเพราะฝ่ายค้านไม่ร่วม
นายนิกร จำนง ประธานอนุกรรมาธิการจัดทำรายงานพิจารณาศึกษาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก่อนรับหลักการจำนวน 6 ญัตติ ชี้แจงเนื้อหารายงานต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ว่า เมื่อไม่มีฝ่ายค้านร่วมด้วย จึงไม่มีข้อสรุป โดยให้บันทึกความเห็นในคณะกรรมาธิการไว้ ซึ่งผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2555 หรือไม่ ซึ่งมีความเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมสามารถทำได้ แต่การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ก็มีความเห็นต่างกันเป็น 2 ทาง เช่นเดียวกับการออกเสียงประชามติ บางฝ่ายเห็นว่าควรออกเสียงเพียง 1 ครั้ง อีกฝ่ายเห็นว่าควรทำประชามติก่อนดำเนินการด้วย แต่มีความเห็นเป็นทางเดียวกันว่า การดำเนินการประชามติต้องให้มีกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติเสียก่อน ส่วนการป้องกันไม่ให้มีการแก้ไขกระทบพระราชอำนาจในมาตราอื่นๆ นอกจากหมวด 1 และ 2 โดยเห็นไปในทางเดียวกันว่าพระราชอำนาจในหมวดอื่นๆ เป็นไปในฐานะประมุขแห่งรัฐอยู่แล้วตามหมวด 1 และ 2 ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 ถึง 6 ซึ่งเป็นการแก้ไขรายมาตรา บางฝ่ายเห็นว่าไม่มีปัญหา สามารถดำเนินการได้ แต่บางฝ่ายก็เห็นว่าซ้ำซ้อนกับ ส.ส.ร.

