นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการ แถลงข่าวภายหลังการเชิญ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าชี้แจง กรณีการสลายการชุมนุม ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงว่าการสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติภายใต้กฎหมายที่บัญญัติไว้ โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ข้อบังคับ ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งเจ้าหน้าที่มีหลักเกณฑ์ปฏิบัติและขั้นตอนอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ทาง กมธ. ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินงานควบคุมผู้ชุมนุม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3 ข้อ คือ 1. กรณีมีผู้ชุมนุมและบุคคลที่มีความเห็นต่างเข้าไปอยู่กับผู้ชุมนุม ทางตำรวจควรมีแนวทางในการระงับเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง 2. ควรมีการสาธิ ตหรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับขั้นตอนในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ 3.ควรใช้วิธีการที่ละมุนละม่อมต่อผู้ชุมนุม
ด้านนายสัญญา นิลสุพรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ คนที่ 2 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้อธิบายถึงสารประกอบใช้ในการสลายการชุมนุมประเทศต่างๆ ได้ใช้สารเมทิลไวโอเลตทูบี ชนิดเดียวกับยาม่วงป้ายปาก ซึ่งไม่ส่งผลกระทบใดใด กับผู้ที่สัมผัสสารดังกล่าว และมีการใช้ แก๊สน้ำตา ผสมแบบเจือจางในอัตราส่วน 3 เปอร์เซ็นต์ ที่หากสัมผัสจะทำให้เกิดการระคายเคือง หรือ แสบตา ได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมการชุมนุม และทางสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ก็ใช้สารชนิดเดียวกันในการควบคุมผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ ในการสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ซึ่งผู้ชุมนุมก็ได้รับทราบว่ามีการฉีดน้ำ แต่ ก็ต้องขอขอบคุณผู้ชุมนุมที่ไม่ก่อเหตุรุนแรงภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการสลายการชุมนุม
อย่างไรก็ตาม กมธ. ได้ฝากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ชุมนุมในการใช้แก๊สน้ำตาผสมกับน้ำ ว่าหากมีการกลืนเข้าไปจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งเตรียมทีมแพทย์และมาตรการดูแลรักษา พร้อมทั้งฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง กรณีมีผู้เห็นต่างเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม

