พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ว่า ในที่ประชุมได้หารือร่วมกับคณะทำงานยุทธศาสตร์ชาติที่ครอบคุมถึงแผนการปฏิรูป ที่ปรับปรุงจากแผนแม่บทเดิม และจำเป็นต้องปรับให้ตอบสนองกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกทั้งยังพูดคุยถึงการจัดสรรงบประมาณโครงการสำคัญของรัฐบาล ที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วม ส่วนรัฐบาลนั้น ยังคงจำเป็นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ให้เกิดความเท่าเทียมในทุกพื้นที่ให้ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องของกิจกรรมในพื้นที่ที่ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการคัดกรองโครงการต่างๆที่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 50,000 โครงการ ส่วนงบประมาณนั้น อยู่ในหลายกระทรวงด้วยกัน โดยให้คณะกรรมการแต่ละจังหวัดบูรณาการร่วมกัน เพื่อลดความซับซ้อน ให้เกิดความโปร่งใส ขณะเดียวกันก็มีระบบให้ประชาชนตรวจสอบโครงการของรัฐบาลได้
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า จะต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน และเป็นมติในระดับพื้นที่ ซึ่งยอมรับว่ามีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และจะต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ที่เห็นด้วยกับโครงการนั้นๆ
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาและสร้างความปรองดองให้กับบ้านเมืองในขณะนี้ว่า ตนเองไม่เคยที่จะชี้นำว่า จะต้องแก้ปัญหาอย่างไร เพราะเชื่อว่าทุกปัญหาย่อมมีทางออก หากทุกคนมีความจริงใจ และหันมาช่วยทำในสิ่งที่มีความเป็นไปได้ และเป็นไปตามขั้นตอนกลไกลและกฏหมายที่มีอยู่ เพราะจะต้องแก้ไขทุกอย่างกันด้วยกฏหมาย เช่น เดียวกับทุกประเทศที่หากไม่มีกฏหมาย ก็คงอยู่ไม่ได้ ในขณะที่ประชาธิปไตยเอง ก็ต้องมีกฏหมายเป็นหลัก เพื่อทำให้ไม่เกิดปัญหาผลกระทบซึ่งกันและกัน ดังนั้นจึงต้องดำเนินการด้วยหลักของความถูกต้อง หลักกฏหมายและกติกาของบ้านเมือง และต้องเป็นวิธีปฏิบัติที่คนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นรับได้
นายกรัฐมนตรี ย้ำ ตนสนับสนุนทุกแนวทาง ที่ใครก็ตามเสนอหนทางออกให้กับประเทศผ่านหลักแนวคิด พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายและยังมองว่า การร่วมพูดคุยกันยังเป็นทางออกที่ดีที่สุด ให้กับทุกปัญหาอยู่เสมอ
ส่วนกระแสข่าวที่ 4 แกนนำกลุ่มแกนนำขอลี้ภัยทางการเมืองในสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรีระบุ ว่า ไม่ยังทราบเรื่องการขอลี้ภัย โดยเห็นเขียนในโซเชียล ซึ่งไม่รู้ใครเขียน ดังนั้น จึงยังไม่ทราบ แต่การจะลี้ภัยนั้นก็ต้องมีเหตุผลในการขอลี้ภัย ซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นอย่างไร
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่นายโจ ไบเดน ได้รับชัยชนะ ว่า ได้ส่งสารแสดงความยินดีถึง นายไบเดน แล้ว ซึ่งไทยกับสหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากว่า 200 ปี ส่วนนโยบายกับสหรัฐได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วโดยกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมการไว้หลายเรื่องที่ต้องหารือกับรัฐบาลใหม่ของสหรัฐ ขณะเดียวกันไทยต้องปรับตัวสร้างสมดุลให้ได้ในภูมิภาคของเรา ไม่ใช่ไทยประเทศเดียว แต่รวมถึงอาเซียนด้วย ซึ่งหวังว่าความสัมพันธ์ที่มีมาจะสืบสานต่อไป
ขณะเดียวกัน พวกเราต้องช่วยกันเดินหน้าประเทศ ตนได้พยายามทุ่มเทสติปัญญาให้กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยร่วมกับกระทรวงต่างๆและ ครม.ด้วย ซึ่งทุกประเทศมีปัญหาคล้ายกันเพราะเกิดจากโควิด-19 วันนี้ถึงแม้จะไม่มีการเดินทางเยือนระหว่างกัน แต่ได้พูดคุยกับผู้นำ ทั้งผ่านโทรศัพท์และการประชุมทางไกล โดยในวันที่ 13-15 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียน ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นซ์ ซึ่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นเจ้าภาพ และจะมีการลงนามข้อตกลงหลายเรื่อง รวมถึงข้อตกลง RCEP คาดว่าจะสำเร็จในปีนี้ ซึ่งถูกผลักดันจากการประชุมปีที่ผ่านมาซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ

