“ชูศักดิ์”มองส.ว.ยื่นตีความแก้รธน.เร็วไป

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตีความของ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ. )เลือกตั้งท้องถิ่นมาตรา 34 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ว่าพรรคส่งผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในนามพรรคและใช้โลโก้พรรคได้ แต่ห้าม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.), สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ข้าราชการการเมือง รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยหาเสียงนั้น จะเป็นการลักลั่นของกฎหมายหรือไม่ว่า ขึ้นอยู่กับการตีความกฎหมาย แต่ยอมรับว่าอาจขัดกับความรู้สึกแต่ก็พร้อมทำตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เท่าที่รับทราบ กกต.ไม่ได้มีมติเรื่องนี้เป็นเอกฉันท์ แต่เชื่อว่าหากพรรคไม่ได้ให้ ส.ส.ของพรรคไปช่วยหาเสียงก็จะไม่มีเรื่องร้องเรียน

นายชูศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.และ ส.ส. เข้าชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าญัตติการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และร่างฯของไอลอว์แก้มาตรา 256 และตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)มายกร่างฉบับใหม่ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ ว่าก็อาจมองว่าเป็นการยื่นเร็วไป ตามกระบวนการทำได้หลังโหวตผ่านวาระ 3 ส่วนจะทำให้กระบวนการแก้ไขล่าช้าออกไปหรือไม่ต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญระรับคำร้องไว้วินิจฉัยหรือไม่ เพราะญัตติเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้ว

ส่วนคำร้องที่ยื่นไปนั้นที่ ส.ว.เห็นว่าเป็นการยกร่างฉบับใหม่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 นายชูศักดิ์ ระบุความเห็นส่วนตัวว่า ตามร่างที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาเป็นการไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่อาจเพราะภาษาพูดที่อาจสื่อความหมายว่าเป็นการยกร่างฉบับใหม่ โดยเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นอะไร และคิดว่าตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยมีมา เป็นการวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 291 แต่ปัจจุบันยกเลิกกฎหมายฉบับเดิมไปและไม่ควรนำคำวินิจฉัยกฎหมายฉบับเดิมมาอ้าง โดยตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กำหนดวิธีแก้ไขไว้แล้วตาม มาตรา 256 ที่หากจะแก้วิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทำประชามติ และตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นการยื้อเวลาหรือไม่