EUDR (EU (EU Deforestation Regulation) หรือ กฎระเบียบของสหภาพยุโรป (EU) ที่มุ่งลดการตัดไม้ทำลายป่า และความเสื่อมโทรมของป่าไม้ทั่วโลก โดยห้ามนำเข้าหรือวางจำหน่ายสินค้าที่มาจากการตัดไม้ทำลายป่าในตลาด EU โดยกฎระเบียบนี้ครอบคลุมสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์แปรรูปหลัก 7 ชนิด ได้แก่ วัว, กาแฟ, โกโก้, ถั่วเหลือง, ปาล์มน้ำมัน, ยางพารา และไม้
โดยผู้ประกอบการที่จะนำสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการ EUDR มายังสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงส่งออกไปนอกสหภาพยุโรป (EU) ได้ จะต้องผ่านเงื่อนไขที่สำคัญ 3 ข้อ 1) สินค้านั้นต้องมีที่มาจากแหล่งที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า หลังจากปี 2563 เป็นต้นไป 2) สินค้าต้องมาจากกระบวนการผลิตที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายของประเทศผู้ผลิต อาทิ กฎหมายที่ดิน กฎหมายแรงงานและสิทธิมนุษยชน กฎหมายสิ่งแวดล้อมและภาษี 3) สินค้าต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินสินค้า (Due Diligence) ตามขั้นตอนที่กำหนดซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
การรวบรวมข้อมูลตลอดห่วงโซ่การผลิต (Information Collection) อาทิ ปริมาณและรหัสของสินค้า ประเทศที่ผลิต พิกัดทางภูมิศาสตร์ของแปลงปลูก (Geolocation) วันที่และระยะเวลาการผลิต รายชื่อ Suppliers (ซัพพลายเออร์) หลักฐานที่แสดงว่าสินค้าไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่า และหลักฐานแสดงว่าสินค้ามาจากการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ ทำลายป่า (Risk Assessment) ที่เกี่ยวข้องกับการทำลายป่า และการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต ซึ่งครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
โดยประเมินออกมาในรูปเอกสารที่มีผลสรุปความเสี่ยง และต้องทบทวนอย่างน้อยทุก-การจัดทำแนวทางในการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) ในกรณีที่ตรวจพบความเสี่ยง จะต้องดำเนินการเพิ่มเติม อาทิ จัดเตรียมข้อมูล เอกสารผลสำรวจ และมาตรการลดความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยจะต้องส่งรายงานการตรวจสอบ (Due Diligence Statement) ก่อนจะนำเข้าหรือส่งออกสินค้า
โดยเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ในผู้ประกอบการรายใหญ่ ส่วนวิสาหกิจขนาดเล็กและรายย่อย (SMEs) เริ่มบังคับใช้วันที่ 30 มิถุนายนปีหน้า

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ซึ่งการเตรียมความพร้อมรองรับกฎระเบียบ EUDR ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวภาคการเกษตรไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐาน และเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรฯ จึงมุ่งส่งเสริมการบูรณาการข้อมูล และการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกร การตรวจสอบแหล่งผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า ไปจนถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อ และคู่ค้าระหว่างประเทศ เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

นายกฤษ อุตตมะเวทิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ขยายความเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการค้าสินค้าเกษตรในตลาดโลก ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้าได้ โดยเฉพาะกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดให้สินค้าที่อยู่ภายใต้ขอบเขตการควบคุม ต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้มาจากพื้นที่ที่มีการตัดไม้ทำลายป่า หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2563 รวมทั้งต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศผู้ผลิต กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะหน่วยงานที่ดูแลฐานข้อมูลเกษตรกรและข้อมูลการเพาะปลูก จึงเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับสินค้าเกษตร 4 ชนิด ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ และถั่วเหลือง
โดยส่งเสริมให้เกษตรกรขึ้นทะเบียน และปรับปรุงข้อมูลการเพาะปลูกให้เป็นปัจจุบัน และตรงตามข้อเท็จจริง ทั้งข้อมูลเกษตรกร ชนิดพืช พื้นที่เพาะปลูก จำนวนแปลง และที่ตั้งแปลง ควบคู่กับการพัฒนาระบบทะเบียนเกษตรกรและระบบวาดผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัล (Geoplots) ทั้งในรูปแบบเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพื่ออำนวยความสะดวกในการบันทึกและตรวจสอบข้อมูล

โดยระบบ Geoplots สามารถตรวจสอบความถูกต้องของผังแปลงในหลายมิติ ทั้งความสอดคล้องของตำบลที่ตั้งแปลงกับข้อมูลทะเบียนเกษตรกร พิกัดและขนาดพื้นที่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยง กับระบบตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และการตรวจสอบ geolocation ว่าอยู่ในพื้นที่ป่า หรือไม่ ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของแหล่งผลิต และเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรไทย สามารถปรับตัวรองรับข้อกำหนดทางการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ และถั่วเหลือง รวมถึงนิติบุคคลที่ประกอบกิจการเพาะปลูก เร่งตรวจสอบสถานะทะเบียนเกษตรกรของตนเอง หากยังไม่เคยขึ้นทะเบียน ขอให้ดำเนินการขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย ส่วนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ขอให้ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีมีการเปลี่ยนแปลงชนิดพืช พื้นที่เพาะปลูก หรือจำนวนแปลง พร้อมดำเนินการวาดผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัล (Geoplots) ให้ตรงกับพื้นที่เพาะปลูกจริง เพื่อให้ข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลเชิงพื้นที่มีความสอดคล้องกัน
สำหรับความก้าวหน้าการจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกรกลุ่มพืชที่เกี่ยวข้องกับ EUDR กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการจัดทำผังแปลงดิจิทัลใน 4 ชนิดพืชอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายการจัดทำผังแปลงจำนวน 561,579 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4.1 ล้านไร่ (ข้อมูล ทบก. ผู้ปลูกพืช EUDR ปี 2569 ณ วันที่ 6 พย.69) ทั้งนี้ กรมฯ จะเร่งรัดการตรวจสอบและปรับปรุงฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วนและถูกต้อง พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรของประเทศ แบ่งเป็น เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน จำนวน 325,913 ราย 538,840 แปลง พื้นที่ 4,013,532 ไร่, เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ จำนวน 2,320 ราย 2,658 แปลง พื้นที่ 8,427 ไร่, เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ จำนวน 14,849 ราย 19,514 แปลง พื้นที่ 112,822 ไร่, เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือง จำนวน 469 ราย 567 แปลง พื้นที่ 2,926 ไร่ และการจัดทำผังแปลงดิจิทัลแล้ว จำนวน 448,679 แปลง พื้นที่ 3,336,311 ไร่

นายกฤษ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร รวมถึงการวาดผังแปลง ไม่ได้เป็นเพียงการจัดทำข้อมูลเพื่อรองรับข้อกำหนดทางการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างฐานข้อมูลสำคัญที่สะท้อนตัวตน และแหล่งผลิตของเกษตรกรไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการผลิต การส่งเสริมมาตรฐานสินค้า การเชื่อมโยงตลาด และการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาคการเกษตรในระยะยาว
จึงขอความร่วมมือเกษตรกรผู้ปลูกพืชทั้ง 4 ชนิด เร่งตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลของตนเองให้ถูกต้องครบถ้วน โดยสามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook ระบบ e-Form ทางเว็บไซต์ https://efarmer.doae.go.th หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน เพื่อให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันและสร้างโอกาสในตลาดการค้าระดับสากลได้อย่างยั่งยืน.
ทีมข่าวเกษตร สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ …..รายงาน

