กรุงเทพ, 7 พ.ย.69 – นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ (กก.คพ.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมีอธิบดี คพ. ในฐานะกรรมการและเลขานุการ พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ และเจ้าหน้าที่ คพ. เข้าร่วม โดยที่ประชุมรับทราบข้อเสนอให้ประกาศพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขาเป็นเขตควบคุมมลพิษ และมอบหมายคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องร่วมกับ คพ. และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณารายละเอียดและแนวทางดำเนินการ ก่อนเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณาต่อไป
คพ. จะเร่งรวบรวมข้อมูลและจัดทำข้อเสนอเสนอต่อ กก.วล. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยตำแหน่ง โดยพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาประเด็นที่ภาคประชาชนเสนอ อย่างไรก็ตาม อำนาจในการประกาศเขตควบคุมมลพิษเป็นของ กก.วล. ตามกฎหมาย

นายสุรินทร์ กล่าวว่า ขณะที่เมื่อวันที่ 4 กลุ่ม “เครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรี” นำโดยนางบุษบงก์ ชาวกัณหา พร้อมผู้แทนเครือข่ายและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางน้ำ ได้ยื่นหนังสือต่อนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้เสนอ กก.วล. พิจารณาประกาศพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขาเป็นเขตควบคุมมลพิษ ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 หรือใช้มาตรการอื่นที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตมลพิษอย่างเร่งด่วน
ข้อเสนอของเครือข่ายฯ ครอบคลุมมาตรการ 3 ระยะ ได้แก่ 1. มาตรการเร่งด่วน จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ ภาคประชาชน และผู้แทนท้องถิ่น เพื่อประเมินสถานการณ์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย พร้อมตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างเป็นระบบ จัดทำฐานข้อมูลและแผนที่แหล่งกำเนิดมลพิษ เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังและติดตามผล
2. มาตรการระยะกลาง ประเมินขีดความสามารถในการรองรับมลพิษของพื้นที่ และผลกระทบสะสมเชิงพื้นที่ จากกิจกรรมอุตสาหกรรม การจัดการของเสีย และการขยายตัวของเมือง พร้อมทบทวนระบบติดตามตรวจสอบรายงาน EIA และดำเนินการตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงจัดทำแผนสำรวจและฟื้นฟูแหล่งน้ำ ดิน และตะกอนดินที่ปนเปื้อนสารเคมีและโลหะหนัก โดยกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และงบประมาณให้ชัดเจน

นายสุรินทร์ กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าและการลงพื้นที่ของ คพ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี หลังเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง การชะล้างกากอุตสาหกรรม และกรณีปลากระชังตายในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ รับทราบดีและเข้าใจความกังวลของประชาชนในทุกประเด็น โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ยืนยันว่าสิ่งที่กลุ่มต่าง ๆ เสนอมาเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
3. มาตรการระยะยาว วางระบบบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำปราจีนบุรีอย่างยั่งยืน โดยนำข้อมูลจากการประเมินสถานการณ์และผลกระทบมาใช้กำหนดแนวทางป้องกัน ควบคุมมลพิษ เฝ้าระวัง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
“ทั้งนี้ คพ. จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขา จนถึงแม่น้ำบางปะกง และลำน้ำสาขาในจังหวัดฉะเชิงเทรา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ คพ. รับทราบและเข้าใจความกังวลของประชาชนในทุกประเด็น ขอยืนยันว่าทุกข้อเสนอของเครือข่ายกลุ่มต่าง ๆ ที่เสนอมาเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และพร้อมที่จะดำเนินการและร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ สุขภาพอนามัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ” อธิบดี คพ.กล่าว

