“สว.สุนทร” นำ เปิดเวที อนุ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค สางวิกฤตสารพิษปราจีนบุรี ชี้เป็นปัญหาความมั่นคงทางอาหารระดับชาติ เตรียมยกคณะลงพื้นที่

สุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประชุม อนุ กมธ.

รัฐสภา, 5 พฤศจิกายน 2569 – นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เปิดเผยว่า วานนี้ (4) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ครั้งที่ 31/2569 เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการปนเปื้อนของคราบน้ำมันและสารมลพิษในพื้นที่เกษตรกรรม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งกำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน และความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหารของประเทศ โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมมลพิษ, กรมวิชาการเกษตร และเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี เข้าร่วมชี้แจง เพื่อบูรณาการข้อมูลและกำหนดมาตรการศึกษาตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้เกษตรกรและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม

สุนทร พฤกษพิพัฒน์

นายสุนทรกล่าวว่า ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนกลุ่ม “ปราจีนเข้มแข็ง” ได้นำเสนอหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสะท้อนวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายจุด อาทิ พบค่าสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) พุ่งสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่หน่วยงานรัฐกลับยังไม่มีการประกาศแจ้งเตือนประชาชน ขณะที่น้ำท่วมบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมเต็ม 100% จนดันสารพิษและโลหะกว่า 250,000 ลูกบาศก์เมตรทะลักขึ้นมาบนผิวดินจนคราบน้ำมันและตัวทำละลายลอยแผ่เป็นฟิล์มสีรุ้ง จึงเสนอให้เร่งประกาศเขตควบคุมโดยด่วน

พบปัญหาลักลอบทิ้งสารเคมีและสารตัวทำละลายในพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.หนองกี่ พบน้ำเสียสีแดงไหลจากเขตอุตสาหกรรมลงสู่ลำคลองและทุ่งนาของชาวบ้าน รวมถึงสวนปาล์มของเกษตรกรที่อยู่ติดเขตอุตสาหกรรม เมื่อเปิดน้ำเข้าสวนกลับพบว่าน้ำกลายเป็นสีดำ สร้างความเสียหายต่อพืชผลอย่างหนัก

พบการนำเศษสายไฟและขยะอิเล็กทรอนิกส์บดย่อยมาผสมมูลไก่ อ้างเป็น “ดินแจกฟรี” เป็นปุ๋ยใส่ในไร่อ้อยและแปลงข้าวโพด อีกทั้งพบกองกากยิปซัม/แคลเซียมซัลเฟตที่อ้างว่าจะทำปุ๋ย แต่ตรวจพบค่าความเป็นกรดรุนแรงถึง pH 2.1 พืชผลตายทันที ซ้ำร้ายพื้นที่บางจุดไร้การฟื้นฟูบำบัด กลับมีการไถพรวนเพื่อปลูกข้าวโพดทับลงไป

คราบน้ำมัน ปราจีน

นอกจากนี้ยังมีการเปิดภาพโดรนมุมสูงบันทึกภาพเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เผยให้เห็นคราบน้ำมันและสารเคมีสีรุ้งแผ่คลุมผืนนาข้าวเป็นวงกว้าง และภาพน้ำเสียจากบ่อขยะทะลักไหลลงสู่ภายนอกราวกับน้ำตก จึงเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจพิสูจน์การปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาอุปโภคบริโภคของประชาชน

ที่ประชุมเห็นว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องเฉพาะถิ่น แต่เป็นเรื่องความมั่นคงทางอาหารระดับชาติ เพราะผลผลิตทางการเกษตรกระจายไปทั่วประเทศ หลังจากนี้ นายสุนทรจะนำคณะลงพื้นที่ศึกษาข้อเท็จจริงเชิงลึกที่จังหวัดปราจีนบุรีต่อไป