“อรทัย” จี้รัฐบาลจัดระเบียบธุรกิจกัญชาภูเก็ต ชี้ 3 ปัญหากระทบชุมชน หวั่นทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว วอนเร่งกำหนดโซนนิ่ง-มาตรการควบคุมให้ชัดเจน

อรทัย เกิดทรัพย์

รัฐสภา, วันที่ 5 พ.ย.69 – นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องมาตรการตรวจสอบ ควบคุม และจัดระเบียบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชาในจังหวัดภูเก็ต นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน

นางสาวอรทัย กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ มีรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2568 มากกว่า 500,000 ล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวกว่า 14 ล้านคน ทั้งกลุ่มครอบครัว คู่รัก นักท่องเที่ยววัยเกษียณ กลุ่มดิจิทัลโนแมด และนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์ แต่ปัจจุบันธุรกิจกัญชายังคงเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะหลังการปรับเปลี่ยนจากนโยบายกัญชาเสรีมาเป็นกัญชาควบคุม ซึ่งแม้จะมีมาตรการกำกับดูแลผู้ประกอบการ แต่ยังพบช่องโหว่ในการใช้ใบรับรองแพทย์เป็นเงื่อนไขในการซื้อกัญชา จึงอยากทราบว่ารัฐบาลมีแนวทางควบคุมผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตอย่างไร และจะป้องกันไม่ให้ร้านค้าบางแห่งฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่ดังกล่าวกระทำผิดกฎหมายได้อย่างไร

นางสาวอรทัย ยังสะท้อนปัญหาธุรกิจกัญชาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. โรงปลูกกัญชาใกล้ชุมชน แม้จะได้รับใบอนุญาตและถูกกฎหมาย ผ่านการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม แต่ประชาชนได้รับผลกระทบจากกลิ่นจนเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แต่ไม่ได้รับการเยียวยาหรือมีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน 2. ร้านจำหน่ายกัญชาใกล้สถานศึกษาและชุมชน รัฐบาลควรพิจารณากำหนดพื้นที่และมาตรการโซนนิ่งให้ชัดเจน และ 3. การสูบกัญชาในพื้นที่สาธารณะและที่พักอาศัย ส่งกลิ่นรบกวนประชาชนและนักท่องเที่ยว บางร้านได้รับผลกระทบจนลูกค้าลดลง เพราะไม่ต้องการเข้าไปใช้บริการในพื้นที่ที่มีกลิ่นกัญชา

นางสาวอรทัย กล่าวด้วยว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้ประกอบการหรือผู้ใช้กัญชาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสิทธิในการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตของประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจกัญชา จึงอยากให้รัฐบาลมีมาตรการดูแลคนทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่าจะมีแนวทางจัดการและกำหนดโซนนิ่งธุรกิจกัญชาทั้ง 3 กลุ่มอย่างไร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้ภายใต้กฎหมาย ขณะเดียวกันต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนและไม่ทำลายภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

ด้านนายพลพีร์ ชี้แจงว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับฝ่ายปกครองให้ตรวจสอบร้านกัญชาที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะร้านที่ไม่มีใบอนุญาตหรือแอบอ้างออกใบรับรองแพทย์ พร้อมรับเรื่องกรณีโรงปลูกกัญชาสร้างผลกระทบต่อชุมชนไปตรวจสอบ และจะหารือกับกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับแนวทางกำหนดโซนนิ่งต่อไป