“อานันท์” ดักคอรัฐบาลอย่าใช้กลไกราชการเกณฑ์คน-ของบเพิ่ม เพื่อดันยอดพืชสวนโลกอุดรฯ ชี้ 3 วันแรกยอดคนเข้างานยังห่างเป้า พร้อมเสนอ 5 ข้อปรับปรุงประสิทธิภาพงาน
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 อานันท์ อมรินทร์ สส.อุดรธานี เขต 1 พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี ภายหลังเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการไปแล้ว 4 วันว่า โครงการนี้รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายยอดผู้เข้าชมตลอดระยะเวลาการจัดงาน 134 วันไว้สูงถึง 3.6 ล้านคน หรือเฉลี่ยต้องมีผู้เข้าชมงานประมาณ 26,866 คนต่อวัน แต่จากการเปิดเผยตัวเลขสถิติผู้เข้าชม 3 วันแรก (1-3 พฤศจิกายน) พบว่าวันที่ 1 พ.ย. มีผู้เข้าชม 8,999 คน, วันที่ 2 พ.ย. มี 9,342 คน และวันที่ 3 พ.ย. มี 10,128 คน รวม 3 วันมีผู้เข้าชมสะสม 28,469 คน คิดเป็นค่าเฉลี่ยเพียง 9,490 คนต่อวันเท่านั้น
นายอานันท์ ระบุว่า แม้สถิติผู้เข้าชมจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่รัฐบาลประกาศไว้ ตัวเลขผู้เข้าชมจริงยังอยู่ที่ประมาณ 35% ของค่าเฉลี่ยรายวันที่ต้องทำให้ได้ นั่นหมายความว่า ในระยะเวลาที่เหลืออีก 131 วัน รัฐบาลจะต้องผลักดันให้มีผู้เข้าชมเฉลี่ยสูงถึง 27,264 คนต่อวัน จึงจะบรรลุเป้าหมาย 3.6 ล้านคน ส่วนกรณีที่ วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่ายอดผู้เข้าชมวันแรกเกือบ 9,000 คนถือว่าสูงเกินคาด และคาดการณ์ว่าในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) อาจเพิ่มขึ้นถึง 20,000 คนต่อวันนั้น ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะทำยอดได้ถึง 20,000 คนต่อวันจริง ก็ยังถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลอยู่ดี
นายอานันท์ กล่าวต่อไปว่า แม้งานจะเพิ่งเริ่มต้นได้เพียง 4 วัน แต่ตนจะยังไม่ด่วนสรุปว่างานล้มเหลว และไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะคนอุดรธานีควรได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างคุ้มค่าจากการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศ แต่ตนมีข้อกังวลล่วงหน้าที่อยากส่งสารถึงรัฐบาล 2 ประการ คือ
1. อย่าใช้กลไกราชการระดมคนมาเติมยอด: หากยอดผู้เข้าชมไม่เป็นไปตามเป้า ไม่อยากเห็นการออกหนังสือเวียนจากกระทรวงมหาดไทยไปยังจังหวัด อำเภอ เทศบาล อบต. หรือ อบจ. เพื่อขอความร่วมมือให้จัดคณะศึกษาดูงานมาเข้าชม โดยเฉพาะการนำงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาใช้เป็นค่าเดินทางและค่าที่พัก เพียงเพื่อสร้างตัวเลขความสำเร็จให้โครงการ
2. อย่าแก้ปัญหาด้วยการของบประมาณเพิ่มเติม: ที่ผ่านมาโครงการนี้ใช้งบประมาณด้านการบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมไปแล้วมหาศาลหลายร้อยล้านบาท หากยอดผู้เข้าชมต่ำกว่าเป้า รัฐบาลต้องทบทวนและประเมินผลสัมฤทธิ์ของงบประมาณที่ใช้ไป ไม่ใช่ขออนุมัติงบเพิ่มโดยไม่มีการประเมินความคุ้มค่าอย่างโปร่งใส
ด้วยเหตุดังกล่าว นายอานันท์จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล 5 ประการ เพื่อให้การบริหารจัดการงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือ
1. เปิดเผยยอดผู้เข้าชมรายวันและยอดสะสมอย่างเป็นทางการ พร้อมนำมาเปรียบเทียบกับเป้าหมาย 3.6 ล้านคน เพื่อให้สาธารณชนและประชาชนสามารถร่วมติดตามตรวจสอบได้ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
2. จำแนกสถิติผู้เข้าชมให้ชัดเจน ระหว่างกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป คณะศึกษาดูงานจากหน่วยงานราชการ และกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนค่าเดินทางจากงบประมาณของรัฐ
3. ไม่กำหนดโควตาหรือออกหนังสือเวียน ที่สร้างแรงกดดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดสรรงบประมาณจัดคณะเดินทางมาเข้าชมงาน
4. เปิดเผยรายละเอียดและความคุ้มค่าก่อนของบเพิ่ม หากมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติม ต้องชี้แจงเหตุผลและผ่านการประเมินอย่างรอบคอบ ไม่ใช่อนุมัติเพียงเพื่อไล่กวดตัวเลขผู้เข้าชม
5. เร่งยกระดับและปรับปรุงคุณภาพการจัดงาน ทั้งโซนสวนนานาชาติ กิจกรรม สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบขนส่งสาธารณะ และการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาด้วยความสมัครใจ
นายอานันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากเห็นงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง แต่ความสำเร็จต้องวัดจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ตกถึงมือชาวอุดรธานี ทั้งรายได้ของผู้ประกอบการ การจ้างงาน และการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ ไม่ใช่วัดเพียงแค่ตัวเลขผู้เข้าชมที่สวยหรูในรายงานสรุปผล หากประชาชนยังไม่อยากมา รัฐบาลต้องกลับไปปรับปรุงคุณภาพของงาน ไม่ใช่ใช้งบประมาณไปพาประชาชนมาให้ครบยอด และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าใช้เงินภาษีรอบที่สอง เพื่อพิสูจน์ว่าเงินภาษีรอบแรกประสบความสำเร็จ

