“รังสิมันต์” เผย กมธ.กฎหมายฯ มีมติเอกฉันท์ 8-0 คว่ำแนวปฏิบัติประธานสภาฯ ชี้ไร้สภาพบังคับ-จ่อขัด รธน. แฉเอกสารว่อนแต่ไร้ลายเซ็น จ่อออกหนังสือเชิญชี้แจงด่วนพฤหัสบดีหน้า
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงกรณีข้อถกเถียงเรื่องแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ถือเป็นกรรมาธิการที่ถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากเป็นชุดที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องสำคัญหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีสินบน 40 ล้านบาทแลกกับการไม่จัดการเว็บพนัน การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น การติดตามความคืบหน้าคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ รวมถึงโครงการ TH-AI Passport จนทำให้เกิดความพยายามในการกินรวบอำนาจขึ้นภายในสภาผู้แทนราษฎร
นายรังสิมันต์ ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ในวันนี้ ตนได้บรรจุเรื่องแนวทางปฏิบัติดังกล่าวเข้าเป็นวาระเรื่องอื่น ๆ เพื่อให้ฝ่ายเลขานุการและผู้อำนวยการสำนักกรรมาธิการเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนว่า เอกสารแนวทางที่ส่งให้คณะกรรมาธิการแต่ละคณะนั้น ‘ไม่ใช่กฎหมาย’ และ ‘ไม่ใช่ระเบียบใด ๆ ทั้งสิ้น’ จึงไม่มีสภาพบังคับทางกฎหมาย เป็นเพียงแค่แนวทางที่ส่งให้แต่ละคณะเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าจะนำมาใช้บังคับการทำงานของคณะกรรมาธิการไม่ได้ แต่สิ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกต คือ จะมีการนำแนวทางนี้ไปบังคับใช้ต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขาธิการของกรรมาธิการหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จึงได้มีการลงมติในเรื่องนี้ โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 เสียง ‘ไม่รับแนวทางดังกล่าว’ พร้อมทั้งมีความเห็นร่วมกันว่าจะต้องบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการพิจารณา เนื่องจากกรรมาธิการชุดนี้มีหน้าที่โดยตรงด้านกฎหมาย จึงต้องพิจารณาถึงฐานอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมาธิการตามหลักการทั่วไปของกฎหมายมหาชนที่ว่า ‘ไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ’ ที่ประชุมจึงมีมติเตรียมทำหนังสือเชิญ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ โดยจะบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนในช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดีหน้า และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานสภาฯ จะให้ความร่วมมือเดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง
นายรังสิมันต์ เปิดเผยถึงความผิดปกติของเอกสารดังกล่าวว่า เอกสารแนวทางปฏิบัติที่มีการส่งมอบให้กรรมาธิการ ไม่ได้มีการลงลายมือชื่อของประธานสภาผู้แทนราษฎร มีเพียงการลงนามของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย สำนักกรรมาธิการ 1, 2, 3 เท่านั้น ซึ่งหากจะถือว่าเป็นเอกสารจริงที่มีผลบังคับใช้ จะต้องมีลำดับขั้นตอนตามกฎหมายอย่างถูกต้อง แต่สิ่งที่กรรมาธิการได้รับกลับเป็นเอกสารเพียง 3 หน้า ที่ไม่มีลายเซ็นของประธานสภาฯ และไม่มีการอ้างอิงฐานอำนาจใด ๆ จึงเกิดข้อสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กมธ.การกฎหมายฯ จึงมีมติเอกฉันท์ไม่รับแนวทางนี้ และจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ต่อข้อซักถามของสื่อมวลชนถึงแนวทางการทำงานของกรรมาธิการหลังจากนี้ว่าจะยังคงใช้อำนาจเชิญบุคคลภายนอกมาชี้แจงตามเดิมหรือไม่ นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า แนวทางการทำงานของกรรมาธิการไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ได้ดำเนินการมาตลอดถือว่าทำโดยชอบด้วยข้อบังคับการประชุม แม้จะมีการตีความข้อบังคับแตกต่างกันไปบ้าง แต่ในปัจจุบันยังไม่มีเหตุผลใดที่ต้องเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติเดิม อีกทั้งแนวปฏิบัติที่ส่งมานั้นยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมาย โดยกรรมาธิการบางท่านมีความเห็นว่าอาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรรมาธิการไม่สามารถเห็นชอบกับแนวทางที่อาจขัดต่อกฎหมายได้

