CIB ผนึก อย. ทลายโรงงานน้ำปลา-น้ำส้มสายชูปลอม! รีไซเคิลขวดเก่ากรอกขายร้านอาหาร ยึดกว่า 2,392 ชิ้น

แฉแหล่งผลิตน้ำปลา-น้ำส้มสายชูปลอมย่านสะพานสูง ใช้หัวเชื้อผสมสารเจือจางแบบไร้สูตร นำขวดเก่ามาล้างกรอกใหม่ ติดฉลากแบรนด์ดังส่งขายร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ร้านอาหาร และตลาดย่านเทเวศร์-ปิ่นเกล้า ทำมานานกว่า 10 ปี ขายเดือนละกว่า 1,000 ขวด CIB จับมือ อย. บุกค้นยึดของกลาง 2,392 ชิ้น มูลค่ากว่า 2.5 แสนบาท เตือนเสี่ยงปนเปื้อนสารอันตราย กระทบสุขภาพระยะยาว

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดปฏิบัติการทลายแหล่งผลิตน้ำปลาและน้ำส้มสายชูปลอม หลังพบลักลอบนำขวดและแกลลอนเก่ามาบรรจุผลิตภัณฑ์ใหม่ ติดฉลากเลียนแบบสินค้าทั่วไป ก่อนส่งจำหน่ายให้ร้านอาหารและร้านค้าปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ตรวจยึดของกลางรวม 23 รายการ จำนวน 2,392 ชิ้น มูลค่ากว่า 250,000 บาท

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 คูหา ในพื้นที่เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569
ผลการตรวจค้นพบผลิตภัณฑ์น้ำปลาปลอม ยี่ห้อไส้ตันคู่ ทั้งแบบขวดและแกลลอน จำนวน 200 ชิ้น และน้ำส้มสายชูปลอม ตราสตรอเบอร์รี่ ทั้งแบบขวดและแกลลอน จำนวน 71 ชิ้น นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์การผลิต ถังบรรจุวัตถุดิบ ขวดและแกลลอนเก่าที่นำกลับมาใช้ซ้ำ รวมของกลางทั้งสิ้น 2,392 ชิ้น

การตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตผลิตอาหารจาก อย. และมีสภาพไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเจ้าของสถานที่จะรวบรวมขวดและแกลลอนที่ผ่านการใช้งานแล้วมาล้างทำความสะอาด ก่อนนำหัวเชื้อมาผสมกับสารต่าง ๆ เพื่อเจือจางในถัง โดยไม่มีสูตรหรือสัดส่วนที่แน่นอน จากนั้นใช้สายยางดูดใส่ขวดและแกลลอน ติดสติกเกอร์ฉลากสินค้า และใช้ค้อนตอกฝาปิดเพื่อเตรียมส่งจำหน่าย

จากแนวทางสืบสวนพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกส่งขายให้ร้านค้าปลีก ร้านอาหารประเภทร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหลายสาขา รวมถึงร้านอาหารในย่านปิ่นเกล้า เทเวศร์ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยขายในราคาขวดละ 15-30 บาท สามารถจำหน่ายได้เดือนละกว่า 1,000 ขวด และลักลอบดำเนินการมานานกว่า 10 ปี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ผลิตไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตอาหาร แต่ใช้วิธีเรียนรู้และเลียนแบบสูตรจากผลิตภัณฑ์ของแท้ ก่อนนำมาปรุงเป็นสูตรของตนเองเพื่อลดต้นทุน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม ซึ่งมีฉลากเพื่อหลอกลวงหรือพยายามหลอกลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดในเรื่องคุณภาพ ปริมาณ ประโยชน์ หรือลักษณะพิเศษอื่น มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท

ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. ขอขอบคุณตำรวจ บก.ปคบ. ที่ร่วมสืบสวนจนพบแหล่งลักลอบผลิตเครื่องปรุงรสปลอม และสามารถตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานก่อนกระจายถึงมือผู้บริโภค พร้อมเตือนประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหารให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อเครื่องปรุงรส ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีแหล่งที่มาชัดเจนและตรวจสอบได้ เนื่องจากสินค้าปลอมที่จำหน่ายตามตลาดหรือร้านค้าส่ง มักใช้กลยุทธ์ตั้งราคาถูกเป็นพิเศษเพื่อจูงใจผู้ซื้อ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสถานที่ไม่ได้มาตรฐานและขาดการควบคุมด้านสุขลักษณะ อาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีอันตราย จุลินทรีย์ก่อโรค รวมถึงมีปริมาณโซเดียมหรือสารกันเสียเกินมาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคไตและโรคความดันโลหิตสูง

ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนตรวจสอบฉลากและบรรจุภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารทุกครั้ง เนื่องจากอาหารที่ไม่ได้คุณภาพและผ่านกระบวนการผลิตที่ไม่สะอาด อาจก่อให้เกิดอันตรายจากสารเคมีหรือการปนเปื้อนจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตได้

ตำรวจสอบสวนกลางและ อย. จะเดินหน้าสืบสวนเชิงรุกเพื่อปราบปรามแหล่งผลิตอาหารปลอมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนผู้ที่ลักลอบผลิตและจำหน่ายอาหารไม่ได้มาตรฐานให้หยุดการกระทำ หากประชาชนพบเบาะแสสามารถแจ้งสายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจเฟซบุ๊ก ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

ส่วนผู้ที่พบผลิตภัณฑ์อาหารต้องสงสัย สามารถแจ้ง อย. ได้ที่สายด่วน 1556 หรือ Line: @FDAThai
หมายเหตุ: ผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล