ตร.ผนึกกำลัง INTERPOL และ 3 ชาติอาเซียน บรรลุผลสำเร็จปฏิบัติการ “CHASE” สกัดกั้นการลักลอบขนสารเคมีข้ามพรมแดน ยกระดับความปลอดภัยภูมิภาค

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผนึก INTERPOL และ 3 ชาติอาเซียน เปิดปฏิบัติการ CHASE ลุยสกัดขบวนการลักลอบขนสารเคมีข้ามชาติ ปักหมุดด่านสะเดา จ.สงขลา คุมเข้มเส้นทางเสี่ยง หวั่นสารตั้งต้นถูกนำไปผลิตยาเสพติดและวัตถุระเบิด ยกระดับความมั่นคงชายแดนและความปลอดภัยทั้งภูมิภาค

วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2569) พ.ต.อ.ทรงเอก พัชรวิชญ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ องค์การตำรวจสากล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการ CHASE : Chemical Anti-Smuggling Enforcement เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนส่งสารเคมีและวัตถุเคมีผิดกฎหมายข้ามพรมแดน พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยประเทศไทยได้เข้าร่วมปฏิบัติการทางยุทธการอย่างเต็มรูปแบบ ณ ด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 27 ถึง 29 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

โครงการ CHASE เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้การสนับสนุนของ INTERPOL ที่มุ่งเน้นการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และสืบสวนเครือข่ายลักลอบขนส่งสารเคมีผ่านจุดผ่านแดนสำคัญ การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 4 ระยะ โดยเริ่มต้นจากการฝึกอบรมหลักสูตรการจัดการสถานที่เกิดเหตุ ณ กรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือนธันวาคม 2568, การฝึกอบรมเทคนิคการสืบสวนต่อต้านการลักลอบขนส่งวัตถุเคมี ณ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนพฤษภาคม 2569 และการประชุมประสานแผนปฏิบัติการร่วม ณ กรุงเทพมหานคร ในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อซักซ้อมแนวทางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารพร้อมทั้งกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการของทั้ง 4 ประเทศ

สำหรับการปฏิบัติการในระยะที่ 4 ซึ่งเป็นการปฏิบัติการร่วมของประเทศสมาชิก ประเทศไทยได้กำหนดพื้นที่เป้าหมาย ณ ด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ด่านศุลกากรสะเดาและด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ซึ่งเป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สำนักงานกำลังพล, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และกองการต่างประเทศ ร่วมกับกรมศุลกากร โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนผ่านกระบวนการตรวจสอบประวัติตามมาตรฐานของ INTERPOL ในส่วนของกองการต่างประเทศ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค 2 เข้าร่วมปฏิบัติการดังกล่าว โดยมีผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้าน CMX จากองค์การตำรวจสากล เดินทางมาร่วมให้คำแนะนำและสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่

พ.ต.อ.ทรงเอกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการส่งมอบผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนชาวไทย ทั้งในด้านการตัดวงจรสารตั้งต้นที่อาจถูกนำไปใช้ผลิตยาเสพติดและวัตถุระเบิด การป้องกันอันตรายจากสารเคมีที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการยกระดับด่านพรมแดนสะเดาให้เป็นปราการความมั่นคงที่เข้มแข็ง ขณะเดียวกัน การประสานความร่วมมือตามมาตรฐานสากลของ INTERPOL ในครั้งนี้ ยังช่วยยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของประเทศไทยและภูมิภาค พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไทยให้มีความพร้อมในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติในทุกมิติ

ความสำเร็จของการปฏิบัติการในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทอันเข้มแข็งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยในการประสานความร่วมมือข้ามแดน ทั้งการตรวจค้นคัดกรองยานพาหนะ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารแบบเรียลไทม์ และการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจ ศุลกากร และองค์การตำรวจสากล ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการค้าสารเคมีผิดกฎหมาย แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและเสริมสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชนในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนต่อไปในอนาคต

Royal Thai Police Joins INTERPOL and Three ASEAN Partners Success in Operation CHASE to Combat Cross-Border Chemical Smuggling

(3 November 2026) Police Colonel Songake Patcharawit, Deputy Spokesperson of the Royal Thai Police (RTP), announced Thailand’s participation in Operation CHASE (Chemical Anti-Smuggling Enforcement), conducted in cooperation with INTERPOL and law enforcement agencies from Indonesia, Malaysia and the Philippines. The joint initiative aims to strengthen border controls against illicit chemical trafficking and enhance regional capacity to combat transnational crime. Thailand’s operational activities took place at the Sadao Border Checkpoint in Songkhla Province from 27 to 29 October 2026.

Supported by INTERPOL, Project CHASE focuses on strengthening the detection and investigation of chemical smuggling at key border crossings. The project comprises four phases: scene management training in Bangkok in December 2025; training on chemical anti-smuggling investigation techniques in Malaysia in May 2026; an operational coordination meeting in Bangkok in July 2026; and coordinated operational activities across the four participating countries. These preparations established information-sharing procedures and operational priorities.

For the fourth phase, Thailand designated the Sadao Customs and Immigration Checkpoints—an important gateway for cross-border trade and travel—as its operational area. The RTP brought together personnel from the Metropolitan Police Bureau, Office of Human Resources, Border Patrol Police Bureau, Immigration Bureau, Office of Police Forensic Science and Foreign Affairs Division, working alongside the Thai Customs Department. INTERPOL specialists provided technical guidance on site.

Police Colonel Songake highlighted the operation’s importance in protecting the public by strengthening safeguards against the diversion of chemicals for illicit purposes, including the manufacture of narcotics and explosives. Enhanced inspection and detection capabilities also help reduce risks to public health, public safety and the environment.

Operational activities included vehicle screening, real-time information exchange and coordination among police, customs authorities and INTERPOL. These efforts strengthened participating agencies’ ability to identify suspicious movements of chemicals and coordinate responses to potential cross-border threats.

Operation CHASE reflects the Royal Thai Police’s continued commitment to international law enforcement cooperation. The experience and partnerships developed through the operation will support further efforts to combat illicit chemical trafficking and strengthen security in Thailand and the wider ASEAN region.