กำลังมาแรงจนกลายเป็นซีรีส์จีนที่ถูกพูดถึงอย่างมากในเวลานี้ สำหรับ “ปลดหน้ากาก” (Where the Mask Ends) ซีรีส์ย้อนยุคโรแมนติกดราม่าที่ได้พระเอกหนุ่มหน้าคม “เหยียนอัน” (Yan An) มาประกบคู่กับนางเอกสาวขวัญใจแฟนซีรีส์ “เถียนซีเวย” (Tian Xiwei) จนสร้างกระแสความนิยมบน Netflix ประเทศไทย ทะยานขึ้นอันดับ 1 ในช่วงสัปดาห์วันที่ 19-25 ตุลาคม 2569 ขณะที่ฝั่งพระเอกอย่างเหยียนอันก็กลายเป็นอีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มที่ถูกจับตามอง หลังเปิดเส้นทางจากอดีตไอดอล K-Pop วง PENTAGON มาสู่การเป็นนักแสดงจีนที่มีผลงานโดดเด่นมากขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้เก่ยลี่จะพาไปทำความรู้จักทั้งซีรีส์เรื่องนี้ และเปิดประวัติหนุ่มคนนี้ให้ลึกยิ่งกว่าเดิม

“ปลดหน้ากาก” ซีรีส์จีนกระแสแรง พล็อตเข้มข้น ชิงไหวชิงพริบ ผสมความรัก
หากพูดถึงซีรีส์จีนที่กำลังได้รับความสนใจในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 หนึ่งในเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ “ปลดหน้ากาก” (Where the Mask Ends / 嫁金钗) ผลงานซีรีส์ย้อนยุคแนวโรแมนติก ดราม่า ที่ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ผ่านแพลตฟอร์ม YOUKU และ Netflix
ซีรีส์มีทั้งหมด 30 ตอน ตอนละประมาณ 45 นาที กำกับโดย หยางหลง (Yang Long) เขียนบทโดย โจวโม่ (Zhou Mo) ดัดแปลงจากนิยายออนไลน์เรื่อง Jia Jin Chai ของนักเขียน Xiao Jia Ren
จุดเด่นของเรื่องอยู่ที่พล็อตการสวมรอยตัวตน การแต่งงานแทนคนอื่น และเกมอำนาจภายในตระกูลขุนนาง ซึ่งไม่ได้มีเพียงเรื่องความรักหวาน ๆ แต่ยังเต็มไปด้วยความลับ การแก่งแย่ง และการเอาตัวรอด
เรื่องราวเริ่มต้นจาก “อาชou” (A Chou) หญิงสาวฐานะยากจนที่มีอาชีพเก็บสิ่งปฏิกูลในเมือง ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและถูกผู้คนดูถูกมาโดยตลอด กระทั่งวันหนึ่งโชคชะตาพลิกผัน เมื่อเธอมีใบหน้าคล้ายกับ “เว่ยเหรา” (Wei Rao) บุตรสาวจากตระกูลขุนนาง
ความเหมือนที่กลายเป็นโอกาส ทำให้อาชouถูกส่งไปแต่งงานแทนเว่ยเหรา กับ “ลู่จั๋ว” (Lu Zhuo) ทายาทตระกูลอ๋องที่กำลังป่วยหนักและอยู่ในภาวะวิกฤต โดยหวังให้การแต่งงานครั้งนี้ช่วยเสริมดวงชะตาและนำพาความเป็นสิริมงคลมาสู่ฝ่ายชาย แต่เรื่องกลับไม่เป็นไปตามแผน เมื่อเจ้าบ่าวที่ทุกคนคิดว่าใกล้สิ้นใจกลับฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน ขณะที่ตัวจริงอย่างเว่ยเหราก็ไม่ยอมปล่อยให้ใครมาช่วงชิงตำแหน่งของตัวเอง
จากหญิงสาวที่หวังเพียงเปลี่ยนชะตาชีวิต กลับต้องเข้าไปอยู่ท่ามกลางเกมการเมืองและความขัดแย้งภายในจวนอ๋อง ส่วนลู่จั๋วเองก็ไม่ไว้ใจหญิงสาวที่เข้ามาเป็นภรรยา เพราะเชื่อว่าเธอมีเบื้องหลังและแผนการบางอย่างซ่อนอยู่
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความระแวง ค่อย ๆ พัฒนาเป็นความผูกพัน ท่ามกลางปริศนาชาติกำเนิดและความลับที่รอการเปิดเผย

เคมีพระนาง เถียนซีเวย ประกบ เหยียนอัน
ความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้อยู่ที่การจับคู่ของสองนักแสดงนำที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันอย่างชัดเจน เถียนซีเวย (Tian Xiwei) รับบทนำถึงสองตัวละคร ได้แก่ อาโฉ่ว หญิงสาวฐานะยากจนที่ต้องสวมรอยเป็นหญิงสูงศักดิ์ และเว่ยเหรา หญิงสาวจากตระกูลขุนนางที่มีบุคลิกและความคิดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ส่วน เหยียนอัน (Yan An) รับบทเป็น ลู่จั๋ว ทายาทตระกูลอ๋อง ผู้ชายที่เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความไม่ไว้วางใจ แต่กลับต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้เรื่องน่าติดตามคือการเดินเรื่องที่ผสมทั้งความรัก การแก้แค้น การวางแผน และการเปิดเผยความจริง ทำให้ผู้ชมไม่ได้ลุ้นเพียงว่าพระนางจะลงเอยกันอย่างไร แต่ยังต้องติดตามว่าใครกำลังปกปิดอะไรอยู่เบื้องหลังหน้ากากของตัวเอง
สำหรับกระแสความนิยม ข้อมูล Netflix Top 10 ประเทศไทยในช่วงวันที่ 19-25 ตุลาคม 2569 ระบุว่าเรื่องนี้ขึ้นอันดับ 1 ในหมวดซีรีส์ยอดนิยมของไทย ขณะที่สื่อไทยรายงานว่าเคยขึ้นไปถึงอันดับ 7 ในชาร์ตซีรีส์ภาษาต่างประเทศยอดนิยมทั่วโลกของ Netflix ด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานซีรีส์จีนที่สร้างกระแสได้อย่างน่าจับตา

เปิดประวัติ “เหยียนอัน” (Yan An) จากไอดอล K-Pop วง PENTAGON สู่พระเอกซีรีส์จีนดาวรุ่ง
จากหนุ่มจีนที่เคยก้าวเข้าสู่วงการเพลงเกาหลีใต้ในฐานะสมาชิกวงบอยแบนด์ PENTAGON วันนี้ชื่อของ “เหยียนอัน” กำลังเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงชายชาวจีนที่มีผลงานต่อเนื่อง และเริ่มได้รับความสนใจจากแฟนซีรีส์ในวงกว้าง
เส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะก่อนจะมายืนอยู่ในจุดที่มีคนติดตามผลงานการแสดงอย่างทุกวันนี้ เขาผ่านทั้งการฝึกฝนในฐานะไอดอล การพักกิจกรรมจากปัญหาสุขภาพ และการตัดสินใจเปลี่ยนผ่านเส้นทางอาชีพครั้งสำคัญ
ข้อมูลประวัติจาก iQIYI และฐานข้อมูลประวัตินักแสดงจีนระบุว่า เหยียนอันเกิดที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ก่อนเติบโตในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ส่วนด้านการศึกษามีข้อมูลระบุว่าเคยเรียนที่ Shanghai Donghui Vocational and Technical School ไม่ใช่ Shanghai Drama Academy
วัยเด็กและจุดเริ่มต้นบนเส้นทางบันเทิง
เหยียนอันเกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1996 แม้จะลืมตาดูโลกที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ชีวิตส่วนใหญ่เติบโตขึ้นในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
เขาเป็นหนุ่มจีนที่มีความสนใจในดนตรีและศิลปะการแสดงตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนจะตัดสินใจก้าวออกจากประเทศบ้านเกิดเพื่อเดินตามความฝันในวงการบันเทิงเกาหลีใต้ การก้าวเข้าสู่วงการ K-Pop ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือก การฝึกฝน และการปรับตัวให้เข้ากับระบบการทำงานของวงการเพลงเกาหลี ซึ่งมีการแข่งขันสูง
เหยียนอันผ่านการออดิชั่น Cube Star World Audition ก่อนเข้ามาเป็นเด็กฝึกภายใต้ Cube Entertainment ในปี 2014 และเริ่มต้นเส้นทางการเป็นไอดอลอย่างจริงจัง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2016 เมื่อเหยียนอันเข้าร่วมรายการเรียลลิตี้เซอร์ไววัล Pentagon Maker ของสถานีโทรทัศน์ Mnet ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นรายการที่ติดตามการฝึกฝนและคัดเลือกสมาชิกเพื่อก่อตั้งวงบอยแบนด์วงใหม่ ในที่สุดเขาก็ได้เป็นหนึ่งในสมาชิกวง PENTAGON ร่วมกับสมาชิกคนอื่น ๆ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2016 ด้วยมินิอัลบั้มชุดแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับวง
เพลงเปิดตัวอย่าง Gorilla เป็นหนึ่งในผลงานที่ทำให้แฟนเพลงเริ่มรู้จัก PENTAGON โดยเหยียนอันรับหน้าที่เป็นนักร้องของวง และมีภาพลักษณ์โดดเด่นด้วยรูปร่างสูงโปร่งและใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ ตลอดช่วงเวลาที่ทำกิจกรรมกับวง เหยียนอันได้ร่วมงานทั้งการออกอัลบั้ม การแสดงบนเวทีดนตรี การทำกิจกรรมโปรโมต และการพบปะแฟนเพลงในหลายประเทศ
PENTAGON ค่อย ๆ สร้างฐานแฟนคลับนานาชาติ โดยมีแฟนคลับที่เรียกว่า UNIVERSE คอยสนับสนุนสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง

ช่วงเวลาที่ต้องหยุดพัก ก่อนกลับมาสู่วงการอีกครั้ง
แม้เส้นทางไอดอลจะกำลังไปได้ดี แต่เหยียนอันก็ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทาย เมื่อมีการประกาศพักกิจกรรมกับวงในปี 2018 เนื่องจากปัญหาสุขภาพ เหยีนนอันกลับมาร่วมกิจกรรมกับ PENTAGON อีกครั้งในเดือนกันยายน 2020 ก่อนที่จะมีการประกาศพักกิจกรรมอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้แฟนคลับจำนวนมากติดตามและให้กำลังใจเขาอย่างใกล้ชิด เพราะการหายไปจากกิจกรรมของวงทำให้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้
ต่อมาในวันที่ 9 ตุลาคม 2023 Cube Entertainment ประกาศสิ้นสุดสัญญากับสมาชิก 5 คน ได้แก่ ยอวอน เหยียนอัน ยูโตะ คิโน่ และอูซอก หลังร่วมงานกับค่ายมาเป็นเวลา 7 ปี
อย่างไรก็ตาม การสิ้นสุดสัญญากับต้นสังกัดไม่ได้หมายความว่าวง PENTAGON ประกาศยุบวง แต่เป็นการเปิดทางให้สมาชิกแต่ละคนได้เดินหน้าทำงานและเลือกเส้นทางอาชีพของตัวเองต่อไป
จากนักร้องสู่การเป็นนักแสดงจีน
หลังจากสร้างประสบการณ์ในวงการเพลงเกาหลี เหยียนอันเริ่มขยับขยายเส้นทางอาชีพเข้าสู่วงการแสดง โดยมีผลงานทั้งซีรีส์จีนและผลงานรับเชิญ ซึ่งเป็นโอกาสให้เขาได้พิสูจน์ความสามารถในอีกด้านหนึ่ง ผลงานการแสดงที่น่าสนใจ ได้แก่ Use for My Talent (2021)
หนึ่งในผลงานซีรีส์จีนช่วงแรกของเขา โดยรับบทเป็น สือจวิ้นเจี๋ย (Shi Junjie) ซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่นำแสดงโดยเสิ่นเยว่และหลิวอี่หาว ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นเหยียนอันในบทบาทนักแสดงมากขึ้น , Fangs of Fortune หรือ ห้วงฝันหวนคืน (2024) ผลงานที่ทำให้แฟนซีรีส์จีนจำนวนไม่น้อยเริ่มจดจำเขาได้ คือการรับบท หลีหลุน (Li Lun) ในซีรีส์แฟนตาซีย้อนยุคเรื่อง Fangs of Fortune ตัวละครหลีหลุนเป็นปีศาจที่มีเรื่องราวและปมความสัมพันธ์อันซับซ้อน เป็นบทบาทที่เปิดโอกาสให้เหยียนอันแสดงด้านที่แตกต่างจากภาพจำในฐานะไอดอล ทั้งบุคลิกที่ลึกลับ อารมณ์ที่ซ่อนอยู่ และการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านสีหน้า แม้ไม่ได้เป็นตัวละครหลักของเรื่อง แต่บทบาทนี้ก็ช่วยเพิ่มการจดจำชื่อของเขาในกลุ่มผู้ชมซีรีส์จีนได้อย่างมาก
และ Veil of Shadows (2026) อีกหนึ่งผลงานซีรีส์ย้อนยุคแฟนตาซีที่เขาร่วมแสดง รับบท หลี่เจี๋ย / หยวนอู๋ฮั่ว เป็นอีกก้าวของการรับบทบาทที่มีความแตกต่างจากผลงานก่อนหน้า , Moonlit Reunion (2026) ผลงานซีรีส์ย้อนยุคที่มีชื่อจีนว่า Yue Lin Qi Ji ซึ่งออกอากาศในเดือนเมษายน 2569 เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ทำให้เห็นความต่อเนื่องในการรับงานแสดงของเขา

ความสำเร็จที่เริ่มเป็นรูปธรรมในฐานะนักแสดง
การเปลี่ยนจากไอดอลมาเป็นนักแสดงไม่ใช่เรื่องที่จะประสบความสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เหยียนอันเริ่มได้รับการยอมรับจากผลงานการแสดงอย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 เขาได้รับรางวัลนักแสดงดาวรุ่งที่มีศักยภาพแห่งปี จากงาน Wenrong Awards ครั้งที่ 10 และรางวัลนักแสดงหน้าใหม่แห่งปี สาขาซีรีส์โทรทัศน์ จากงาน iQIYI Scream Night 2024 รางวัลทั้งสองรายการถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เส้นทางนักแสดงของเขาเริ่มได้รับการยอมรับจากแวดวงบันเทิงจีน
“ปลดหน้ากาก” อีกก้าวสำคัญของเหยียนอัน
มาถึงผลงานล่าสุดอย่าง “ปลดหน้ากาก” ที่เหยียนอันได้รับบทพระเอกเต็มตัวในบทลู่จั๋ว ประกบคู่กับเถียนซีเวย นักแสดงสาวที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดซีรีส์จีน บทบาทครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญ เพราะนอกจากจะได้แสดงร่วมกับนักแสดงหญิงที่มีฐานแฟนคลับจำนวนมากแล้ว ยังเป็นการพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักแสดงนำที่ต้องแบกรับเรื่องราวและพัฒนาการความสัมพันธ์ของตัวละครตลอดทั้งเรื่อง
จากอดีตสมาชิกบอยแบนด์เกาหลีที่เคยขึ้นเวทีร้องเพลงและเต้นต่อหน้าแฟนคลับ สู่การเป็นนักแสดงจีนที่มีผลงานต่อเนื่อง เส้นทางของเหยียนอันจึงเป็นเรื่องราวของคนบันเทิงที่กล้าก้าวออกจากพื้นที่เดิม เพื่อค้นหาความท้าทายใหม่ให้กับตัวเอง วันนี้ชื่อของเหยียนอันไม่ได้ถูกพูดถึงเพียงในฐานะอดีตสมาชิก PENTAGON อีกต่อไป แต่กำลังถูกจดจำในฐานะ “ลู่จั๋ว” พระเอกหนุ่มจากซีรีส์กระแสแรงอย่าง “ปลดหน้ากาก”และดูเหมือนว่าการเดินทางในวงการบันเทิงจีนของผู้ชายคนนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นบทที่น่าจับตามองเท่านั้น
ขอบคุณภาพ iqiyi/IG / yan_an0007
https://www.instagram.com/yan_an0007?rpxt=MW93aXd2eG13Y3Q4ZQ==

