ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการตัดท่อน้ำเลี้ยงเครือข่ายยาเสพติดเมืองตรัง รวบผู้ต้องหาเพิ่ม 6 ราย ทั้งกลุ่มก่อเหตุปาระเบิดและผู้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด พบใช้พัสดุเอกชนลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือส่งลงใต้ ก่อนนำเงินค่ายาไปซื้อทองคำแท่งส่งกลับขึ้นเหนือ เผยเบื้องหลังจ้างวัยรุ่นติดหนี้ค่ายาให้ก่อเหตุข่มขู่ทวงหนี้ ยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายรวมกว่า 21.3 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ “ถอดสลักเมืองตรัง ตัดท่อเงินยา” เดินหน้าทลายเครือข่ายยาเสพติดที่เชื่อมโยงเหตุขว้างระเบิดใส่บ้านเรือนประชาชนใน จ.ตรัง จับกุมผู้ต้องหาเพิ่ม 6 ราย ในพื้นที่ อ.เมืองตรัง อ.นาโยง อ.ห้วยยอด และ อ.กันตัง พร้อมตรวจยึดยาเสพติด อาวุธปืน วัตถุระเบิด และทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 7.18 ล้านบาท พร้อมอายัดบัญชีธนาคารอีกประมาณ 13 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนี้รวมกว่า 21.3 ล้านบาท
การปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดยกองบังคับการปราบปราม ร่วมกับ บก.สส.ภ.9 และ กก.สส.ภ.จว.ตรัง จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย แบ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีเกี่ยวกับวัตถุระเบิด 2 ราย คดีจำหน่ายยาบ้า 1 ราย และจับกุมความผิดซึ่งหน้าอีก 3 ราย ในข้อหาเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืน ยาแผนปัจจุบัน และรับไว้ซึ่งสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร
ของกลางที่ตรวจยึดประกอบด้วย ยาบ้า 874,692 เม็ด เคตามีน 8 กิโลกรัม ปืนอาก้า (AK-47) 1 กระบอก ปืนพก 2 กระบอก ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และระเบิดสังหารบุคคล ARGES-84 อีก 2 ลูก นอกจากนี้ยังยึดเงินสด 2,828,430 บาท รถยนต์ 5 คัน มูลค่าประมาณ 1.7 ล้านบาท และทองคำแท่งน้ำหนักรวม 38 บาท มูลค่าประมาณ 2.66 ล้านบาท พร้อมอายัดบัญชีธนาคาร 3 บัญชี มูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท
เปิดเบื้องหลัง 11 เหตุปาระเบิด ทวงหนี้ยาเสพติด
จากการสืบสวนพบว่า ในปี 2569 จ.ตรัง เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่บ้านเรือนประชาชนต่อเนื่อง 11 เหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดของนายสันติสุข หรือ “จริง” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดและคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายรวม 10 หมายจับ ซึ่งปัจจุบันหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
แนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้สั่งการใช้ระเบิดข่มขู่ทวงหนี้ค่ายาเสพติด รวมถึงแก้แค้นบุคคลที่มีความขัดแย้งส่วนตัว โดยจ้างคนหนุ่มในพื้นที่ผ่านคนกลางเป็นทอด ๆ หลายรายเป็นผู้เสพยาและติดหนี้ค่ายา จึงถูกใช้ให้รับงานก่อเหตุแลกค่าจ้างครั้งละ 10,000-20,000 บาท ส่งผลให้บ้านเรือน รถยนต์ และทรัพย์สินของประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับความเสียหาย
ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถคลี่คลายคดีได้แล้ว 10 จาก 11 เหตุการณ์ จับกุมผู้ต้องหาได้ 25 ราย และยังมีผู้ต้องหาตามหมายจับหลบหนีอีก 2 ราย โดยระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเป็นชนิด ARGES-84 ผลิตจากต่างประเทศ เชื่อว่าลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน
แกะรอยเส้นทางเงิน “ยาลง-ทองขึ้น” ใช้พัสดุเป็นท่อขนส่ง
อีกประเด็นสำคัญคือการสืบสวนเส้นทางการเงินและการลำเลียงยาเสพติดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 พบเครือข่ายใช้บริษัทขนส่งพัสดุเอกชนเป็นช่องทางลำเลียงทั้งขาเข้าและขาออก โดยขาเข้าใช้ส่งยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือมายัง จ.ตรัง ก่อนกระจายให้ผู้ค้ารายย่อย ส่วนขาออกนำเงินค่ายาที่รวบรวมได้ไปซื้อทองคำแท่ง แล้วส่งกลับไปยังพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ
เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นพัสดุยาเสพติดได้ ทั้งยาบ้าประมาณ 290,000 เม็ด และเคตามีน 8 กิโลกรัม รวมถึงตรวจยึดทองคำแท่ง 26 บาท ที่ศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ามีการใช้ช่องทางพัสดุลำเลียงวัตถุระเบิดด้วย ซึ่งเสี่ยงอันตรายต่อพนักงานขนส่งและประชาชนตลอดเส้นทาง
ตำรวจระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดทั้งระบบ ทั้งแหล่งเงินทุน การลำเลียง การจำหน่าย และการใช้ความรุนแรง โดยมุ่งยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด เพื่อไม่ให้กลับไปเป็นทุนซื้อยาเสพติดล็อตใหม่หรือใช้จ้างคนก่อเหตุซ้ำ
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 6 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องที่ยังหลบหนีต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด แจ้งสายด่วน CIB 1195 หรือ ป.ป.ส. 1386 โดยข้อมูลผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ

