ปิดม่านสมัชชาสุขภาพฯ 19 บรรลุ 3 มติสร้างสุขภาวะไทย ชง ครม. รับรองเป็นนโยบายชาติ

ภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุม “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19” ตลอดสองวัน ร่วมกันให้ฉันทมติรับรอง 3 ระเบียบวาระเพื่อสุขภาวะ “ธรรมชาติบำบัด – First Jobbers – ฮีลใจคนรุ่นใหม่” พร้อมเดินหน้าสู่การขับเคลื่อนร่วมกัน ด้านประธานจัดงานฯ ระบุภาพรวมมีจำนวนผู้เข้าร่วม-หลากหลายมากขึ้น เล็งนำบทเรียน-ความเห็น ปูทางสู่การยกเครื่องกระบวนการปีหน้า ในวาระครบรอบ 20 ปี

วันสุดท้ายของการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 ต.ค. 2569 ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ภายใต้ประเด็นหลัก (ธีม) “สังคมอยู่ดีมีพลัง: นโยบายสาธารณะเชิงบวกด้วยหัวใจ” ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนได้ร่วมกันพิจารณามติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 ทั้ง 3 ระเบียบวาระ พร้อมให้ฉันทมติรับรองและแสดงถ้อยแถลงเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป

สำหรับมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 รวม 3 ระเบียบวาระ ประกอบด้วย 1. การสร้างสุขภาวะด้วยธรรมชาติ (Promoting Well-Being through Nature) มีกรอบทิศทางนโยบายที่สำคัญในการมุ่งสร้างความเกื้อกูลระหว่างสุขภาวะของผู้คนกับความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ โดยต่อยอดทรัพยากรจากฐานธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศไทย เพื่อสร้างเสริมและฟื้นฟูสุขภาวะองค์รวมทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคม รวมถึงป้องกันปัญหาสุขภาพ ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการคุ้มครองและฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติ

ภายใต้มตินี้มีข้อเสนอ 4 แนวทางในการขับเคลื่อน คือ 1. ธรรมชาติสมบูรณ์ ชุมชนมีส่วนร่วม เช่น เพิ่มพื้นที่สีเขียวที่ปลอดภัย ให้ชุมชนร่วมดูแลและได้ประโยชน์อย่างเป็นธรรม 2. ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ใช้ธรรมชาติใกล้บ้านได้ง่าย ไม่มีค่าใช้จ่าย 3. เชื่อมคนกับธรรมชาติอย่างเป็นธรรม มีรถ ทางเดิน มีสวนใกล้บ้านและที่ทำงาน 4. ระบบหนุนเสริม ทุกภาคส่วนร่วมมือ ชุมชนร่วมตัดสินใจ มีกองทุนในพื้นที่ สร้างผู้เชื่อมต่อ ไกด์อาบป่า มัคคุเทศก์ท้องถิ่น เป็นต้น

  1. การยกระดับระบบนิเวศช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตของกลุ่มเริ่มต้นทำงาน (Leveraging the Transition-to-Work Ecosystem for First Jobbers) มีกรอบทิศทางนโยบายที่สำคัญในการมุ่งยกระดับการพัฒนาระบบนิเวศ ที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่โลกการทำงานให้เป็นวาระนโยบายระยะยาว โดยบูรณาการการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ การเข้าถึงโอกาสทางอาชีพและงานที่มีคุณค่า การส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิต ตลอดจนการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและหลักประกันทางสังคมให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

ภายใต้มตินี้มีข้อเสนอ 6 แนวทาง คือ 1. สร้างความพร้อมและพัฒนาศักยภาพเพื่อเข้าสู่โลกการทำงาน 2. สร้างโอกาสและสนับสนุนการกำหนดเส้นทางชีวิตและอาชีพ 3. ส่งเสริมการเข้าถึงงานที่มีคุณค่าและเป็นธรรม 4. เสริมสร้างสุขภาวะ ความสัมพันธ์ และสมดุลชีวิตในการทำงาน 5. เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความต่อเนื่องของหลักประกันทางสังคม 6. พัฒนาระบบสนับสนุน ข้อมูลร่วม และกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเชิงพื้นที่

  1. ฮีลใจคนรุ่นใหม่: เสริมพลังคนรุ่นใหม่ผ่านระบบสุขภาวะทางจิตเชิงรุกและมีส่วนร่วม (New Gen, Find Your Zen: Empowering Young People through a Proactive and Participatory Mental Well-being System) มีกรอบทิศทางนโยบายที่สำคัญในการมุ่งยกระดับสุขภาวะทางจิตของคนรุ่นใหม่ โดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพจิตและป้องกันปัญหาเชิงรุก เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญ 5 ประการ คือ 1. คนรุ่นใหม่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะทางจิต 2. คนรุ่นใหม่ทุกกลุ่มเข้าถึงบริการและพื้นที่รับฟังใกล้ตัวที่ได้มาตรฐาน ปราศจากการตีตรา 3. ผู้มีความเสี่ยงหรือปัญหาสุขภาพจิตได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและครอบคลุม 4. ระบบการส่งเสริมและดูแลสุขภาวะทางจิตคนรุ่นใหม่ มีเจ้าภาพและภารกิจชัดเจน ตอบสนองต่อความต้องการ 5. คนรุ่นใหม่มีบทบาทในการร่วมกำหนดทิศทาง ออกแบบ ดำเนินงาน

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ประธานคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ครั้งที่ 19 พ.ศ. 2569 กล่าวปิดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติว่า จากการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 19 ตลอดทั้ง 2 วันนี้ เชื่อว่าทุกคนคงได้เห็นร่วมกันว่าการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือ ความเข้าใจ และความรับผิดชอบร่วมกันจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยปีนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันรับรองมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติรวม 3 เรื่อง พร้อมทั้งแสดงถ้อยแถลงที่จะขับเคลื่อนมติเหล่านี้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติร่วมกัน

สำหรับมติแรก การสร้างสุขภาวะด้วยธรรมชาติ ทำให้เราเห็นว่าการดูแลสิ่งแวดล้อม ทั้ง ป่า น้ำ และพื้นที่สีเขียว คือโครงสร้างพื้นฐานของสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะที่มติ การยกระดับระบบนิเวศช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตของกลุ่มเริ่มต้นทำงาน เป็นการช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้อย่างมั่นคง มีสุขภาวะที่ดี และเติบโตอย่างมีคุณภาพในสังคม และมติข้อเสนอนโยบายจากสมัชชาสุขภาพคนรุ่นใหม่ในเรื่อง การทำให้มีระบบนิเวศที่เอื้อต่อสุขภาพจิตที่ดีของกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ หรือ ฮีลใจคนรุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเสียงและประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่เป็นสิ่งสำคัญที่สังคมต้องรับฟัง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

“อยากเน้นย้ำว่าคุณค่าที่แท้จริงของมติสมัชชาสุขภาพ ไม่ได้อยู่เพียงวันที่เรารับรองมติ แต่อยู่ที่การนำมติเหล่านั้นไปเปลี่ยนแปลงชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นได้จริง และทุกภาคส่วนได้แสดงถ้อยแถลงร่วมที่จะขับเคลื่อนมติ ซึ่งถือเป็นพันธะสัญญาที่เราให้ไว้ต่อหน้ากัน ซึ่งการผนึกกำลังกันในสองวันนี้จะมีคุณค่าและความหมายก็ต่อเมื่อทุกท่านนำกลับไปใช้ ในบ้าน ในตำบล อำเภอ จังหวัด และในองค์กรของท่าน ในการร่วมกันสร้างสังคมที่ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี มีโอกาสอย่างเป็นธรรม” ประธาน คจ.สช. กล่าว