เมื่ออวันที่ 29 ตุลาคม 2569 พล.ท.วรเดช เดชรักษา ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)เปิดเผยว่า พล.ท.วรเดช เดชรักษา ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00 น. ตนจะนำคณะผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าพบผู้บริหารระดับสูง บริษัท ลาซาด้า จำกัด ณ สำนักงานใหญ่ อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อหารือแนวทางยกระดับการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ในการหารือครั้งนี้มีผู้แทนจาก 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เข้าร่วม เพื่อบูรณาการมาตรการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายในปีงบประมาณ 2570
ชูแนวคิด “แคมเปญลดราคาครั้งใหญ่ ผู้บริโภคได้ของดี และเป็นธรรม” มุ่งสร้างมาตรฐานการค้าออนไลน์ที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
ทั้งนี้ ปัญหาสินค้าปลอมและสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ยังคงเป็นภัยใกล้ตัว โดยเฉพาะช่วงจัดโปรโมชั่นลดราคาครั้งใหญ่ หรือ Flash Sale ที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าอย่างรวดเร็ว ก่อนพบปัญหาสินค้าไม่ได้คุณภาพ ราคาไม่เป็นธรรม การจัดส่ง และการถูกหลอกลวงจากผู้ค้าบางราย
พล.ท.วรเดช เปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันประชาชนนิยมซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น เนื่องจากสะดวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่ขณะเดียวกันขบวนการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายก็มีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น
โดยสถิติปี 2569 พบการดำเนินการตรวจยึด ทำลาย และระงับการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายทางออนไลน์กว่า 1,200 กรณี พร้อมขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมาตรการเชิงรุก 5 ด้าน ที่หน่วยงานภาครัฐเตรียมประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ ประกอบด้วย(1.)กวาดล้างคลังสินค้า ตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายก่อนถึงมือผู้บริโภค
(2.)บล็อกเร็ว–ปิดจริง ระงับร้านค้าผิดกฎหมาย ป้องกันการกลับมากระทำผิดซ้ำ
(3.)เฝ้าระวังช่วงแคมเปญใหญ่ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าช่วงมหกรรมลดราคา(4.)ล็อกพยานหลักฐานดิจิทัล เก็บข้อมูลและหลักฐานออนไลน์เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดี(5.)เปิดสายตรงประสานงาน (Direct Line) เชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐกับแพลตฟอร์ม เพื่อให้การตรวจสอบและปราบปรามรวดเร็วยิ่งขึ้น
พล.ท.วรเดช กล่าวยังได้กล่าวอีกว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ถือเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการกระทำผิด และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 มีกำหนดเข้าพบผู้บริหารบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในลักษณะเดียวกัน
การเดินหน้าประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับมาตรการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมสร้างระบบการค้าออนไลน์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรม เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการปิดร้านค้าผิดกฎหมาย แต่ต้องตัดวงจรสินค้าปลอมตั้งแต่ต้นทาง ก่อนสร้างความเสียหายถึงมือผู้บริโภค

