ตำรวจนครบาลเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีFB “Godd Dam” ในพื้นที่ สน.บางเขน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยประสานข้อมูลจากตำรวจไซเบอร์และตำรวจสันติบาล เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้โพสต์ข้อความจริง ย้ำคดีเกี่ยวกับความมั่นคงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ขณะที่ รองผบ.ตร.ยอมรับว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการติดตามเฝ้าระวังบุคคลและกลุ่มที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเพจเฟซบุ๊ก “Godd Dam” ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงและมีการแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ขณะนี้ตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและระบุตัวบุคคลที่เป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวให้ชัดเจน
สำหรับการดำเนินคดีในส่วนของตำรวจนครบาล มีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมอบหมายให้รองผู้บัญชาการที่รับผิดชอบงานสอบสวนเป็นหัวหน้าคณะ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เชี่ยวชาญและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานข้อมูลจากหน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบคดี โดยเฉพาะตำรวจสันติบาล ซึ่งเป็นผู้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับโพสต์ที่เข้าข่ายความผิดด้านความมั่นคงมาให้ตรวจสอบ
ส่วนข้อมูลจากตำรวจไซเบอร์ที่มีการตรวจสอบและระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเพจดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลเพื่อนำมาประกอบสำนวน แต่ขณะนี้ยังต้องตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ย้ำว่า ประเด็นสำคัญของคดีคือการพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้โพสต์ข้อความจริง เนื่องจากการใช้บัญชีหรือเพจบนโลกออนไลน์อาจไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานได้โดยตรง ตำรวจจึงต้องรวบรวมหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอ เพื่อยืนยันตัวบุคคลและให้สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาลได้
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ตำรวจไซเบอร์สามารถตรวจสอบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเพจได้แล้ว เหตุใดตำรวจนครบาลจึงยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมนั้น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ชี้แจงว่า ขณะนี้มีการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานอยู่ และต้องนำหลักฐานมาตรวจสอบยืนยันให้ตรงกันอย่างชัดเจน ก่อนใช้ประกอบการดำเนินคดี
ขณะที่ประเด็นลำดับเวลาของโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ซึ่งตรวจพบก่อนการตรวจสอบของตำรวจไซเบอร์นั้น พลตำรวจโทสยาม ระบุว่า ต้องตรวจสอบให้ได้ว่าในช่วงเวลาที่มีการเผยแพร่ข้อความดังกล่าว ใครเป็นผู้ใช้งานและเป็นผู้โพสต์จริง โดยยังไม่สามารถสรุปตัวบุคคลได้จนกว่าจะมีหลักฐานยืนยัน
ด้าน พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงการติดตามเฝ้าระวังบุคคลและกลุ่มที่อาจเกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคงบนโลกออนไลน์ว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงมีการติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว โดยตำรวจสันติบาลและตำรวจไซเบอร์มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบตามลักษณะของกลุ่มบุคคลและประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอยู่แล้ว
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังเน้นย้ำว่า การแสดงออกหรือการโพสต์ข้อความบนโลกออนไลน์อาจไม่ได้เป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้งานเสมอไป จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิสูจน์ตัวบุคคลอย่างรอบด้าน ก่อนสรุปว่าใครเป็นผู้กระทำ

