“ภัทรพงษ์” จี้ “สุชาติ” ตอบปัญหามลพิษข้ามแดน-น้ำท่วมขยะพิษตะวันออก-ดินถล่มภูเก็ต

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงการดำเนินงานของรัฐบาลในการรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อม กรณีมลพิษทางน้ำข้ามแดนจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน การปนเปื้อนสารพิษจากขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคตะวันออก และการแจ้งเตือนภัยดินโคลนถล่มในจังหวัดภูเก็ต

นายภัทรพงษ์ ระบุว่า ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดนจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นตอ แม้รัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งมานานกว่า 1 ปี ยกตัวอย่างแม่น้ำสายที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งพบสารหนูเกินเกณฑ์มาตรฐานถึง 28 เท่า รวมถึงแม่น้ำกก แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขงที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคุณภาพน้ำ แต่ยังมีรายงานการตรวจพบสารหนูและตะกั่วเกินมาตรฐานในข้าว ขณะที่ผลตรวจในแม่น้ำโขงบริเวณ จ.เลย พบสารหนูเกินมาตรฐานมากกว่า 4.4 เท่า และข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่าจำนวนประชาชนที่ตรวจพบสารหนูเกินเกณฑ์เพิ่มจาก 7 คนในปีก่อน เป็น 31 คนในปีนี้

นายภัทรพงษ์ จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงยังไม่ยกระดับปัญหาดังกล่าวเป็นวาระเร่งด่วนในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมาและลาว และรัฐมนตรีควรต้องชี้แจงมาตรการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอและแนวทางป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนด้วย

นายสุชาติ ชี้แจงว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหา โดยกรมควบคุมมลพิษมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลตรวจอาจแตกต่างกันตามฤดูกาลและปริมาณตะกอนในแม่น้ำ ทางกระทรวงได้ส่งข้อมูลการตรวจพบสารหนูเกินมาตรฐานในแม่น้ำสายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการประสานกับประเทศลาวเพื่อติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำที่สามารถรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ร่วมกันได้ และจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การหารือในกรอบคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ต่อไป

จากนั้น นายภัทรพงษ์ได้โต้แย้งคำชี้แจงของรัฐมนตรีเรื่องคุณภาพน้ำกก โดยอ้างผลตรวจครั้งที่ 22 ของกรมควบคุมมลพิษที่พบสารหนู 0.011 มิลลิกรัมต่อลิตร สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร อย่างไรก็ตาม สุชาติยืนยันว่าได้รับรายงานผลตรวจครั้งที่ 23 ไม่พบค่าเกินมาตรฐาน

สำหรับประเด็นต่อมาคือกรณีปัญหาสารพิษจากขยะอุตสาหกรรมใน จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีความเสี่ยงแพร่กระจายไปพร้อมกับน้ำท่วม โดยเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้าตรวจพื้นที่จัดเก็บขยะอุตสาหกรรม และพบสารหนู ตะกั่ว และแคดเมียม ก่อนที่จะเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกประมาณ 3 สัปดาห์ แต่ประชาชนกลับได้รับการแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยงจากสารพิษปนเปื้อนน้ำท่วมผ่านภาคประชาสังคมในวันที่ 28 กันยายน ทั้งที่หน่วยงานรัฐมีข้อมูลความเสี่ยงอยู่ก่อนแล้ว

นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคพบว่าประชาชนมีอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวมากกว่า 116 คน จึงขอตั้งคำถามว่า บทบาทของสุชาติซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบการจัดการอุทกภัยในภาคตะวันออก ได้ดำเนินการควบคุมการแพร่กระจายของมลพิษระหว่างเกิดเหตุอย่างไรบ้างหรือไม่ และมีแผนที่จะฟื้นฟูเยียวยาประชาชน รวมถึงจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างไร

นายสุชาติ ชี้แจงว่า กระทรวงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาโรงงานจัดการขยะก่อนเกิดน้ำท่วมจริง และหลังจากได้รับทราบปัญหาคราบสีรุ้งที่ปรากฏบนผิวน้ำ ก็ได้เข้าดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแจ้งความดำเนินคดี โดยกรมควบคุมมลพิษมีหน้าที่ตรวจวัดและส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายดำเนินการต่อไป

สุดท้าย นายภัทรพงษ์กล่าวถึงเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในพื้นที่บ้านนาใน ต.ป่าตอง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในช่วงเกิดเหตุมีฝนตกมากกว่า 340 มิลลิเมตร และพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตเสี่ยงภัยดินถล่มระดับสูงตามแผนที่ของกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งมีความเสี่ยงเมื่อปริมาณฝนเกิน 100 มิลลิเมตร อย่างก็ตาม แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 02:00 น. แต่การแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อเวลาประมาณ 03:00 น. กลับระบุเพียงความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน โดยไม่มีการแจ้งเตือนภัยดินโคลนถล่ม

นายภัทรพงษ์ จึงขอตั้งคำถามถึงการประสานงานระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับกระทรวงมหาดไทย ว่าได้มีการส่งต่อข้อมูลความเสี่ยงให้หน่วยงานรับผิดชอบการแจ้งเตือนภัยอย่างทันท่วงทีหรือไม่ ทั้งนี้ รัฐมนตรีควรชี้แจงแผนปรับปรุงระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยดินโคลนถล่มในปี 2569-2570 รวมถึงจำนวนและตำแหน่งที่จะติดตั้งเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของมวลดิน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงคำตอบสุดท้าย นายสุชาติมุ่งชี้แจงประเด็นการรับมือมลพิษจากน้ำท่วมและข้อกฎหมายเกี่ยวกับกองทุนสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้ให้รายละเอียดจำนวนและตำแหน่งเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของมวลดินตามที่ภัทรพงษ์สอบถาม โดยระบุเพียงว่าที่ภัทรพงษ์เสนอให้ใช้เงินกองทุนสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 23 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เพื่อการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่นั้น ตนเห็นว่าไม่สามารถทำได้ด้วยข้อกฎหมาย ขอให้ผู้ตั้งกระทู้ศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจนก่อน

นายภัทรพงษ์ ได้ตอบโต้ทันทีโดยอ้างมาตรา 23 (4) ซึ่งบัญญัติถึงการใช้เงินช่วยเหลือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษจะไม่เข้าข่ายการใช้เงินในลักษณะดังกล่าวได้อย่างไร