‘ผู้ว่าฯชัชชาติ’ย้ำ กทม. ผนึกกำลังรัฐบาล เร่งจัดงบเยียวยาช่วยผู้ประสบภัย ยืนยันไร้ข้อขัดแย้ง พร้อมลงพื้นที่ทุกวันอาทิตย์ เจาะจุดเสี่ยงน้ำท่วม แก้ปัญหาให้ตรงจุด

(28 ต.ค. 69) ณ หน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับรัฐบาลในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะต่อไป โดยยืนยันว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ไม่มีความขัดแย้งระหว่างกัน โดยทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกัน คือการช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

◾️ ตั้งแต่น้ำท่วมรัฐบาลจัดสรรงบประมาณโดยหารือร่วมกันเกี่ยวกับการสนับสนุนงบประมาณจากกทม.
ตามมติครม.เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์น้ำท่วม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และมีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับการสนับสนุนงบประมาณจากกรุงเทพมหานคร โดย กทม. ได้ให้ความร่วมมือตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และกรอบอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมา กทม. ได้สนับสนุนงบประมาณแล้วรวมประมาณ 210 ล้านบาท จากงบประมาณที่สามารถดำเนินการได้ตามระเบียบ

จากนั้นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) มีข้อเสนอให้กทม.สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมอีก 300 ล้านบาท ซึ่งกทม.ก็พร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งเบื้องต้นกทม.สามารถสนับสนุนเพิ่มเติมได้เลยประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 200 ล้านบาท ได้หารือกันแล้วว่าจะเป็นการนำยอดเงินที่รัฐบาลยังคงค้างชำระหรือเงินชดเชยรายได้ที่กทม.สูญเสียจากมาตรการลดภาษีและค่าธรรมเนียมบางรายการ นำมาจ่ายให้ ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินในอนาคตที่รัฐบาลกำลังจะให้กับกทม. ดังนั้นรัฐบาลสามารถหักเงินส่วนนั้น 200 ล้านบาทไว้ดำเนินการได้เลย

ทั้งนี้ ปัจจุบันกทม. ได้นำเงินสมทบจ่ายให้กับ ปภ.ไปแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 จำนวน 10 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 200 ล้านบาท และครั้งล่าสุด อีก 100 ล้านบาท รวมแล้ว 310 ล้านบาท

การสนับสนุนงบประมาณดังกล่าวเป็นไปตามกรอบอำนาจหน้าที่และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การใช้จ่ายเงินสะสมจ่ายขาดเพื่อดำเนินการเพิ่มเติม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย จะต้องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภากรุงเทพมหานครตามขั้นตอนในวันนี้ เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้

◾️ ปัจจุบันประชาชนได้รับเงินเยียวยาแล้วเกือบ 4,000 ล้านบาท

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันประชาชนได้รับเงินเยียวยาแล้วเกือบ 4,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างรัฐบาล กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยในช่วงที่ผ่านมา กทม. ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทหาร กรมทางหลวง หน่วยงานด้านทางหลวงชนบท ภาคเอกชน ตลอดจนหน่วยงานและเจ้าหน้าที่จากพื้นที่ต่าง ๆ ที่ร่วมกันสนับสนุนกำลังคน เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูพื้นที่

“เราไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ทุกหน่วยงานช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ เพราะเป็นวิกฤติขนาดใหญ่ที่ไม่มีหน่วยงานใดสามารถรับมือได้เพียงลำพัง สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว เราจึงต้องทำงานร่วมกันและใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ทั้งนี้ การรับมือภัยพิบัติขนาดใหญ่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และเครื่องมือ การสนับสนุนจากหน่วยงานส่วนกลางและการระดมทรัพยากรข้ามพื้นที่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับการที่ กทม. ประสานความช่วยเหลือจากสำนักงานเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ ให้เข้ามาสนับสนุนพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

◾️ แก้ปัญหาให้ตรงจุด เตรียมลงพื้นที่จุดเสี่ยงน้ําท่วมทุกวันอาทิตย์

สำหรับการดำเนินงานระยะต่อไป กรุงเทพมหานครเตรียมเดินหน้าติดตามและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ มีแนวทางลงพื้นที่ในทุกวันอาทิตย์ เพื่อสำรวจปัญหาในระดับชุมชน รับทราบสถานการณ์และความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง พร้อมพิจารณาจุดเสี่ยงที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากหรือมีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง

การลงพื้นที่ดังกล่าวจะช่วยให้ กทม. สามารถระบุปัญหาและความต้องการของแต่ละชุมชนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งด้านระบบระบายน้ำ จุดอ่อนของโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลพื้นที่หลังน้ำลด และการประสานความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำท่วมในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม