(26 ต.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 8/2569 โดยสำนักเทศกิจรายงานแผนขับเคลื่อนนโยบาย “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” ของกรุงเทพมหานคร มุ่งบูรณาการการทำงานระดับเขตเพื่อจัดการปัญหามลพิษตั้งแต่ต้นทาง ทั้งปัญหาเสียง น้ำเสีย และขยะ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหา ตลอดจนยกระดับการบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมให้รวดเร็ว เด็ดขาด และเป็นเอกภาพ
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการบูรณาการเจ้าหน้าที่ 4 ฝ่ายในระดับเขต ได้แก่ ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ และฝ่ายโยธา โดยมีสำนักเทศกิจร่วมขับเคลื่อนและกำกับภาพรวมการดำเนินงาน
สำหรับความคืบหน้า ขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสารวัตรสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดทำรายการตรวจสอบ (Checklist) ขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) และปฏิทินการดำเนินงานเรียบร้อยแล้ว ส่วนการพัฒนาแพลตฟอร์มรายงานผลอยู่ระหว่างการส่งมอบระบบและจัดอบรมเจ้าหน้าที่โดยสำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 69 ได้เปิดตัวโครงการ (Kick-off) ร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต และกำหนดเริ่มลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมรายงานผลอย่างเป็นทางการ (D-Day) พร้อมกันทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 69 เป็นต้นไป
แนวทางการตรวจสอบตามรายการตรวจสอบ (Checklist) ครอบคลุม 5 กลุ่มภารกิจหลัก ได้แก่
กลุ่มภารกิจ A สถานประกอบการอาหาร ตรวจสอบร้านอาหาร ตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต แผงลอย และศูนย์อิ่มท้อง โดยเน้นตรวจสอบใบอนุญาต การคัดแยกและทิ้งขยะตามเวลาที่กำหนด การติดตั้งบ่อดักไขมันเพื่อป้องกันการปล่อยน้ำเสีย รวมถึงการควบคุมกลิ่น ควัน และเสียง
กลุ่มภารกิจ B สถานที่ก่อสร้าง ตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างทั้งโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และโครงการที่ไม่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานดังกล่าว โดยตรวจสอบใบอนุญาต คุณภาพอากาศ ฝุ่น เสียง ขยะ และระบบบำบัดน้ำเสีย สำหรับโครงการที่ต้องจัดทำ EIA ต้องส่งรายงานการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Monitoring Report) พร้อมติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและเครื่องวัดเสียงเพิ่มเติม
กลุ่มภารกิจ C กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตรวจสอบอู่ซ่อมรถ อู่พ่นสี โรงหลอมโลหะ และร้านค้าของเก่า โดยเน้นสุขลักษณะของอาคาร ระบบบำบัดน้ำเสีย การจัดการกากของเสีย และการควบคุมมลพิษทางอากาศ
กลุ่มภารกิจ D พื้นที่เสี่ยงและการเผาในที่โล่ง เน้นกวดขันการลักลอบทิ้งขยะและการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะพื้นที่เขตชั้นนอกของกรุงเทพฯ
กลุ่มภารกิจ E ยานพาหนะทางบกและทางน้ำ ตรวจสอบควันดำจากยานพาหนะในพื้นที่ก่อสร้าง รวมถึงตรวจวัดควันดำจากเรือโดยสาร
สำหรับขั้นตอนต่อไป สำนักงานเขตจะลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษตามแผน พร้อมรายงานผลการตรวจสอบ และจัดส่งแผนการตรวจสอบประจำเดือนถัดไปภายในวันที่ 1 ของทุกเดือน
ด้านผู้ว่าฯ ชัชชาติ ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ควรเพิ่มการตรวจสอบจุดที่มีการปล่อยน้ำเสียลงสู่คูคลองสาธารณะ พร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ประชาชน และนักเรียน ในฐานะผู้ช่วยสารวัตรสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมสอดส่องและแจ้งเบาะแสการทิ้งขยะหรือปล่อยน้ำเสียลงคลอง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังปัญหามลพิษแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประชาชนในการดูแลสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ ด้วย

