พม. – อว. ผนึกกำลังเดินหน้าขยาย “ห้องปลอดฝุ่น” รองรับกลุ่มเปราะบางภาคเหนือ กว่า 6,000 คน

นิกร โสมกลาง ห้องปลอดฝุ่น

ลำปาง, 24 ตุลาคม 2569 – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษา รมว.พม. , นายอภิชา เลิศพชรกมล คณะทำงาน รมว.พม. , นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ปลัดพม., คณะผู้บริหาร และทีมหน่วยงาน พม.ลำปาง รวมถึงผู้บริหาร ผู้นำ และผู้แทนเครือข่ายท้องถิ่น เดินทางไปติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ตามนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” โดยเยี่ยมชมห้องปลอดฝุ่น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ณ บ้านพักเด็กและครอบครัวลำปาง อําเภอเมืองลําปาง โดยมี นายวิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวง อว. นำเสนอการทำงานของระบบความดันอากาศ พร้อมระบบกรองอากาศ นอกจากนี้ ได้เยี่ยมให้กําลังใจผู้ใช้บริการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นายนิกร กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้ดำเนินนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งขยายวงกว้างครอบคลุมจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงกรงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งกระทรวง พม. มุ่งเน้นการคุ้มครองและดูแลกลุ่มเปราะบาง (เด็ก, ผู้สูงอายุ, คนพิการ, ผู้ป่วยติดเตียง) ซึ่งมีอาคารปลอดฝุ่นในพื้นที่เสี่ยงภัยสูง (Clean Air Shelter/Center) ของหน่วยงานศูนย์ สถาน สังกัด พม. ทั่วประเทศ

นิกร โสมกลาง

ซึ่งในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สโขทัย อุตรดิตถ์ นครสรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี ปัจจุบันกระทรวง พม. มีอาคารปลอดฝุ่น โดยขยายผลผ่านการนำนวัตกรรมมาติดตั้งเป็น “ห้องปลอดฝุ่น PM2.5” โดยความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เพื่อสุขภาพที่ปลอดภัย รวมทั้ง จัดทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (RRU) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกล ให้มีอุปกรณ์ดูแลสุขภาพให้เพียงพอและเหมาะสมต่อไป

นายนิกร กล่าวว่า กระทรวง พม. ยกระดับการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางให้ ครอบคลุมหน่วยงานทั่วประเทศ ผ่านการขับเคลื่อนและขยายผลการจัดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่น PM2.5” ครอบคลุมศูนย์ สถาน ในสังกัดกระทรวง พม. การบริหารจัดการและยกระดับสุขภาวะกลุ่มเปราะบางเพื่อรับมือวิกฤตฝันละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ควรมีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน อาทิ กลุ่มเด็ก เกิดอาการระคายเคือง แสบตา แสบจมูก ไอ มีเสมหะ เจ็บคอ หายใจไม่สะดวก สมรรถภาพการทำงานของปอดลดลง เสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจ และฝุ่น PM 2.5 จะเข้าไปทำให้เซลล์สมองเสียหาย นำไปสู่พัฒนาการช้าและสมาธิสั้น

โชคชัย วิเชียรชัยยะ

กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ทารกในครรภ์โตช้า เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด และมีความพิการแรกคลอด รวมทั้งคลอดออกมาแล้วเสี่ยงน้ำหนักตัวน้อยและเจ็บป่วยบ่อย กลุ่มผู้สูงอายุ เสี่ยงต่อหลอดเลือดตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต ถุงลมโป่งพอง หอบหืด มะเร็งปอด และเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมก่อนเวลาอันควร และผู้ป่วยหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เลือดกำเดาไหล และโรคภูมิแพ้ผิวหนัง จึงควรใส่ใจดูแลและสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ

รมว.พม. กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้การดำเนินงานติดตั้งห้องปลอดฝุ่น PM2.5 ในระยะที่ 1 (ปีงบประมาณ 2569) ได้มุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด จำนวน 83 ห้อง สามารถรองรับประชาชนกลุ่มเปราะบางได้ 1,822 คน และระยะที่ 2 (ปีงบประมาณ 2570) จากการสำรวจความต้องการของหน่วยงานในสังกัด พม. ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือเพิ่มเติม พบว่ามีความต้องการจัดตั้งห้องปลอดฝุ่น PM2.5 จำนวน 151 ห้อง ที่จะสามารถรองรับกลุ่มเปราะบางได้เพิ่มขึ้นอีก 4,255 คน ซึ่งจากทั้ง 2 ระยะ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการคุ้มครองและรองรับกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศได้รวมทั้งสิ้น 6,077 คน (234 ห้อง)