แม่ร่ำไห้! สงสัยลูกสาวถูกจัดฉากฆาตกรรม ตกคอนโด แฟนต่างชาติอุ้มกลับห้องไม่ยอมส่ง รพ.

ประทุมมา อภัยโส แม่ของน้องครีม ร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด

แม่ร้องสายไหมต้องรอดคลางแคลงใจสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาววัย 19 ปี หลังตกตึกสูง 4 ชั้นดับ คาใจตำรวจอ้างเมายากระโดดลงมาเอง แต่พบประวัติแฟนหนุ่มชาวเดนมาร์กวัย 59 ปี ชอบทำร้ายร่างกายหนักถึงขั้นทุ่มลงพื้นจนต้องนอนโรงพยาบาล แถมก่อนเกิดเหตุกล้องวงจรปิดจับภาพฝ่ายชายอุ้มลูกสาวขึ้นลิฟต์ ด้านนายเอกภพเตรียมเร่งประสานผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และกระทรวงยุติธรรมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง คลี่คลายทุกประเด็นสงสัยคืนความเป็นธรรมให้ครอบครัว

นางสาวประทุมมา อภัยโส อายุ 39 ปี แม่ของนางสาวจารุพิชญา อภัยโส หรือ น้องครีม อายุ 19 ปี ได้เดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ภายหลังลูกสาวเสียชีวิตอย่างปริศนาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 จากเหตุตกตึกสูง 4 ชั้น บริเวณเขาพระตำหนัก ซอย 4 เมืองพัทยา ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2569 โดยนางสาวประทุมมาเปิดเผยว่า ลูกสาวคบหากับนายมาร์ติน อายุ 59 ปี สัญชาติเดนมาร์ก มาตั้งแต่ประมาณปี 2566 จนกระทั่งปี 2568 ฝ่ายชายได้ขอแต่งงาน

ขณะที่ลูกสาวทำงานเป็นพนักงานร้านอาหารในพัทยา แต่ตนเองปฏิเสธไม่ยินยอม เนื่องตลอดเวลาที่คบหากัน ฝ่ายชายมักทำร้ายร่างกายลูกสาวอย่างรุนแรงทั้งทุบตี เตะ และต่อยจนปากฉีก แม้ตนจะพยายามเตือนให้เลิกรา แต่ลูกสาวรักฝ่ายชายมากจึงยอมทน อีกทั้งฝ่ายชายยังมีความหึงหวงสูง คอยติดตามตัวตลอดเวลาและถึงขั้นแอบติดตั้งระบบ GPS ไว้ในโทรศัพท์
เหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เมื่อลูกสาวโทรศัพท์มาหาตอนกลางดึกแจ้งว่าไม่สบายและติดต่อแฟนหนุ่มที่ออกไปดื่มสุราไม่ได้

เมื่อฝ่ายชายกลับมาถึงห้องพักช่วงใกล้รุ่งกลับตรงเข้าตบหน้า และอุ้มตัวลูกสาวทุ่มลงกับพื้นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานเกือบ 10 วัน หลังจากออกจากโรงพยาบาลช่วงต้นเดือนกันยายน ลูกสาวได้ไปเช่าห้องพักแยกไว้เพื่อใช้อาศัยเวลาถูกทำร้าย กระทั่งตั้งแต่วันที่ 4 กันยายนเป็นต้นมา ตนไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้อีก จึงเดินทางจากจังหวัดเพชรบูรณ์มาหาที่พัทยา และพบว่าลูกสาวพักอยู่กับแฟนหนุ่มที่ห้องเช่าดังกล่าว ซึ่งขณะนั้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

คืนเกิดเหตุ ลูกสาวทะเลาะกับแฟนหนุ่มต่างชาติ ก่อนตกตึกในพัทยา

ต่อมาในคืนวันที่ 13 กันยายน 2569 ลูกสาวเดินทางมาหาตนที่ร้านอาหารของญาติในพัทยา ก่อนที่ลูกสาว ตน และแฟนหนุ่มต่างชาติจะออกไปเที่ยวสังสรรค์ด้วยกัน ระหว่างนั้นคู่รักได้เกิดปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงจากความหึงหวงเกี่ยวกับผู้หญิงคนอื่น ลูกสาวจึงขอให้ตนกลับที่พักไปก่อนในเวลาประมาณ 22.00 น. เพื่อขอเคลียร์ปัญหากันสองคน และนัดหมายจะพบกันอีกครั้งในเที่ยงวันรุ่งขึ้น จนกระทั่งช่วงบ่ายเวลาประมาณ 16.00 น. ตนเดินทางไปหาที่ห้องพักและเคาะประตูเรียกแต่ไม่มีคนตอบ จึงลงมารอด้านล่างตึก ก่อนได้รับแจ้งจากคนในพื้นที่ว่าลูกสาวตกจากตึกลงมาจากห้องพักขณะกำลังทะเลาะกับแฟนหนุ่ม เมื่อเร่งตามไปดูอาการที่ห้องไอซียู โรงพยาบาล พบว่าลูกสาวบาดเจ็บสาหัส อยู่ในภาวะช็อกและขยับตัวไม่ได้ บางช่วงขาดอากาศหายใจไปถึง 4 นาที โดยตลอดเวลาที่ลูกสาวรักษาตัว แฟนหนุ่มชาวต่างชาติกลับไม่เคยมาเยี่ยมหรือเฝ้าดูอาการเลยแม้แต่น้อย

เมื่อตนเดินทางไปสอบถามสาเหตุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา กลับได้รับแจ้งว่าลูกสาวเกิดอาการหลอนจากยาเสพติดและเข้าทำร้ายแฟนหนุ่ม ก่อนจะตัดสินใจกระโดดตึกลงมาเอง ซึ่งตนยังไม่สามารถทำอะไรได้ในขณะนั้น จึงกลับไปเฝ้าอาการลูกสาวกระทั่งลูกสาวเสียชีวิตลงในวันที่ 16 กันยายน 2569 หลังจากผ่านไปได้เพียง 3 วัน อย่างไรก็ตาม ตนเกิดความคลางแคลงใจในสาเหตุการเสียชีวิตอย่างมาก จึงพยายามรวบรวมหลักฐานจนพบภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพแฟนหนุ่มชาวต่างชาติกำลังอุ้มลูกสาวขึ้นลิฟต์อย่างผิดสังเกต ทำให้เชื่อว่าลูกสาวไม่ได้กระโดดลงมาเอง จึงต้องมาร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด ทั้งนี้ ยืนยันว่าหากผลการสอบสวนและหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุหรือกระโดดเองก็พร้อมยอมรับ แต่หากมีผู้อยู่เบื้องหลังทำให้ลูกสาวต้องเสียชีวิต จะขอดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

สายไหมต้องรอด เตรียมประสาน ผบช.ภ.2 และกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบคดีน้องครีม

ขณะที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า เตรียมประสานไปยัง พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เพื่อขอให้ลงมาสั่งการและตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีนี้อย่างละเอียด เนื่องจากพบความผิดปกติหลายอย่างในคดี และทราบว่าก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตเคยเดินทางไปแจ้งความร้องเรียนเรื่องถูกสามีต่างชาติทำร้ายร่างกายไว้ที่ สภ.เมืองชลบุรี แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้ากระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น ซึ่งครอบครัวต้องสูญเสียลูกสาวไปแล้ว จึงไม่ควรต้องมาสูญเสียความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมซ้ำอีก พร้อมเตรียมประสานงานไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้ามาดูแลและให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหายต่อไป

อ่านเพิ่มเติม : ร้องสายไหมต้องรอด เจอต่างชาติเมากระทบกระแทกทำร้ายชาวบ้าน ขู่ฆ่า-ทำลายทรัพย์สิน

อ่านเพิ่มเติม : อัยการพัทยาสั่งฟ้อง “ไซมอน” คดีฆ่าน้องเค้กหมกกระเป๋า