นับแต่เผด็จทหารนำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ช่วงเดือนพฤษภาคม 2557 มีม็อบที่อ้างว่าเป็นกลุ่มคนดีย์สร้างเงื่อนไขชูประเด็นปราบคนโกง มาพร้อมกับความคาดหวังของประชาชนว่าการทุจริตคอร์รัปชั่น คงถูกรัฐบาลเผด็จทหารปราบอย่างราบคาบแน่นอน

รัฐบาลเผด็จทหารนำโดยพล.อ.ประยุทธ์ ครองอำนาจยาวนานกว่า 8 ปี พร้อมวางยุทธศาสตร์ชาติยาวถึง 20 ปี แต่พอบริหารประเทศแบบอำนาจเบ็ดเสร็จความคาดหวังของประชาชนที่จะเห็นบ้านเมืองปราศจากการทุจริตเริ่มเลือนราง
โครงการใหญ่ๆที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ผลักดันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความไม่โปร่งใส ไม่ว่าเป็นโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ มีเสียงคัดค้านจำนวนมากแต่อนุมัติให้จัดซื้อได้ ผ่านมามาหลายปียังไม่เห็นเค้าว่าจะได้เรือดำน้ำมาจอดเทียบท่า หรือใช้มาตรา 44 ยึดเหมืองทองอัครา กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลต้องมาจ่ายค่าโง่นับหมื่นล้าน
จากรัฐบาลที่คาบคัมภีร์ปราบโกงเป็นธงนำ แต่ผลงานกลับตรงกันข้ามเพราะองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ ให้คะแนนดัชนีโกงของไทยเพิ่มขึ้น พร้อมสะท้อนว่าการทุจริตในประเทศมีความรุนแรงเป็นปัญหาต้องได้รับการแก้ไข
จากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ครองอำนาจยาวนานเกือบ 8 ปี มาสู่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อายุรัฐบาล 358 วัน มาสู่รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อายุรัฐบาล 1ปี 16 วัน มาสู่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล 1 และ 2 ความรู้สึกและการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวการทุจริตได้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
เนื่องจากเกือบทุกหน่วยของรัฐการทุจริตโผล่ให้เห็นอย่างชัดเจน แม้แต่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ตึกถล่มเป็นใบเสร็จยืนยันอย่างดี หรือการก่อสร้างถึงสำนักงานศาลยุติธรรม บนถนนสุวินทวงศ์ มีนบุรี มูลค่าเกือบพันล้าน ถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน หรือกรณีทุจริตสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมูลค่าสูงเกือบ 5 พันล้าน ผู้ต้องหาถูกปล่อยให้ลอยนวลเพราะป.ป.ช.ทำสำนวนไม่ทัน
หรือกรณีไอ้โม่งอมน้ำมันจนขาดตลาดช่วงสงครามอิหร่าน-อเมริกา ไม่สามารถดำเนินการคดีกับไอ้โม่งตัวจริงได้ หรือกรณีสินบน 40 ล้านที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ นั่งเป็นเลขานุการฯ ก่อนเป็นส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และยอมรับว่าสามีมีหุ้นเว็บพนันที่จดทะเบียนในต่างประเทศ จบแบบไม่มีคนมาติดสินบน แถมปมถือหุ้นเว็บพนัน ส่อว่าจะถูกลากยาวแบบเลือกปฏิบัติ
หรือกรณีน้ำท่วมปราจีนบุรี น้ำได้ประจานความเลวของพวกข้าราชการและนักการเมืองที่ปล่อยโรงงานจีนทำผิดกฎหมาย หรือล่าสุดฝนถล่มรัฐสภาไทย ห้องพักส.ส.ชั้น 8 หลายห้องฝนรั่วน้ำท่วมขัง เป็นมหากาพย์ฉาวโฉ่มูลค่ากว่าหมื่นล้าน มี บริษัทชิโน-ไทยฯ ของตระกูลชาญวีรกูล เป็นผู้รับผิดชอบ
ตัวอย่างที่ยกมาเป็นเพียงเศษเสี้ยวของการทุจริต ยังไม่นับรวมการทุจริตที่กระจายอยู่ตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ท่าชาวบ้านต่างรับรู้อยู่เต็มอก จึงไม่แปลกที่ความรู้สึกว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติธรรมดา
จากความรู้สึกนี้ส่งผลและกระจายไปสู่ชาวบ้านทั่วไปแล้วและได้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ได้จุความรู้สึกจากที่ไม่อยากได้หรือไม่อยากถลุงงบประมาณรัฐ ต้องมาช่วยกันถลุงบ้างเพราะถึงอย่างไรเป็นเงินภาษีของพวกเราอยู่ดี
ซึ่งความรู้สึกนี้ได้เกิดขึ้นแล้วช่วงเกิดอุทกภัยทั้งในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดในภาคกลางและตะวันออก ที่รัฐบาลได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ จัดงบประมาณเยียวยา แบ่งเป็นน้ำเข้าบ้าน ครอบครัวละ 9,000 บาท และน้ำล้อมครอบครัวละ 5,000 บาท
พื้นที่กรุงเทพฯมีหลายหมู่บ้านถูกน้ำท่วมและประกาศเขตภัยพิบัติ ชาวบ้านมีจำนวนไม่น้อยน้ำไม่ได้ท่วม แต่ล้อมบ้านเพียงเล็กน้อย ด้วยจิตสำนึกที่ดีหลายคนไม่อยากยื่นรับเงินเยียวยา แต่ในที่สุดกลับยื่นเพราะจากพฤติกรรมของนักการเมืองชั่ว ข้าราชการเลว ที่ก่อการทุจริตให้เห็นอย่างโจ๋งครึ่ม ด้วยความรู้สึกว่าเมื่อพวกเราชาวบ้านมีช่องทางที่จะได้รับเงินแถมไม่ผิดกฎหมาย สำนึกที่อยากช่วยประหยัดงบฯถอดวางไว้ก่อน
จึงแห่ยื่นรับเงินเยียวยากันอย่างทั่วถึง บางบ้านน้ำแค่ล้อม แต่หลายหลังในหมู่บ้านน้ำท่วม ต่างยื่นแบบเดียวกันคือท่วมบ้าน ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท ตรรกะนี้อาจจะไม่ถูกใจพวกดัดจริตทั้งหลายที่รับไม่ได้กับวลี โกงไม่เป็นไรขอให้มีผลงาน ทั้งที่ฝ่ายตัวเองประกาศเป็นคนดีย์แต่โกงกันสะบัด
ถ้ารัฐบาล องค์กรอิสระทั้งหลาย รวมถึงองค์กรพวกคนดีย์ ไม่อยากให้แนวคิดช่วยกันถลุงงบฯ ฝังไปในความรู้สึกของชาวบ้านทั่วประเทศ ต้องเร่งจัดการนักการเมืองชั่ว ข้าราชการเลว ที่ร่วมกันทุจริตคอร์รัปชั่น เดินคอตกเข้าคุกพ่วงด้วยยึดทรัพย์ให้เห็นเป็นตัวอย่างโดยเร็วเถอะ !!!


