‘ภราดร’ เผย สัปดาห์หน้าไม่มีซักฟอก เหตุวิป 3 ฝ่ายยังตกลงกันไม่ได้ บอก รัฐบาลยอมเพิ่มเวลาให้ 4 วัน เปิดทางฝ่ายค้านอภิปราย 45-48 ชั่วโมง จ่อเจรจาหาวันใหม่ พ.ย.

วันนี้ (23 ต.ค. 69) เวลา 08.35 น. ที่บริเวณด้านหน้าพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่คาดว่าสัปดาห์หน้าจะไม่สามารถดำเนินการได้ว่า สัปดาห์หน้าจะไม่มีการอภิปรายอย่างแน่นอน เนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมตามปกติไปเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลยอมให้ฝ่ายค้านอภิปราย 4 วัน นายภราดร กล่าวว่า ภายหลังการเจรจา นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ในฐานะประธานการประชุม ได้มอบหมายให้ตนสอบถามคณะรัฐมนตรีว่า สามารถขยับเพิ่มเวลาอภิปรายอีก 1 วันได้หรือไม่ โดยขอให้เปิดประชุมต่อเนื่องหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 26 ต.ค. เพื่อให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายอย่างเต็มที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีตอบรับ พร้อมเร่งเดินทางมาประชุมที่สภา โดยจะกำหนดเฉพาะระเบียบวาระที่จำเป็นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอล่าสุดคือการให้เวลาอภิปราย 4 วัน แต่ฝ่ายค้านยังไม่ได้ตอบรับ

นายภราดร กล่าวว่า การที่ฝ่ายค้านระบุว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลปิดกั้นการทำหน้าที่นั้น ขอชี้แจงว่า ตามปกติที่ผ่านมา การอภิปรายใช้เวลา 4 วัน โดยฝ่ายค้านเคยระบุว่าในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี มีเวลาอภิปรายสูงสุดประมาณ 40-42 ชั่วโมง แต่รัฐบาลชุดนี้เสนอว่า หากฝ่ายค้านต้องการเวลา 45-48 ชั่วโมง ก็สามารถจัดสรรให้ได้ โดยรัฐบาลจะลดเวลาชี้แจงลงตามความเหมาะสม และใช้เวลาอภิปรายในส่วนของรัฐบาลอย่างกระชับ แต่ยังไม่ได้รับสัญญาณตอบรับจากฝ่ายค้าน จึงเป็นเหตุให้ประธานสภาฯ ต้องบรรจุระเบียบวาระการประชุมตามปกติ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้

เมื่อถามว่า ยังมีโอกาสจัดการอภิปรายในเดือน พ.ย. หรือ ธ.ค. หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ต้องเจรจาหารือกันอีกครั้ง โดยตนได้ชี้แจงในที่ประชุมแล้วว่า ตารางภารกิจของคณะรัฐมนตรีในเดือน พ.ย. ค่อนข้างแน่น โดยเฉพาะสัปดาห์แรกหลังนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งมีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ.อุดรธานี รวมถึงภารกิจงานพืชสวนโลก

ส่วนสัปดาห์ที่ 2 เข้าใจว่ารัฐมนตรีหลายคนในกลุ่ม 18 คนที่ถูกกล่าวหาอาจมีภารกิจเดินทางไปประชุมต่างประเทศ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งต้องเดินทางไปประชุมเอเปคล่วงหน้า ทำให้รัฐมนตรีบางคนอาจไม่สะดวก ขณะที่สัปดาห์ที่ 3 ก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางไปประชุมเอเปค

สำหรับสัปดาห์ที่ 4 นั้น รัฐบาลไม่ต้องการให้การอภิปรายล่าช้าออกไป เพราะอาจถูกฝ่ายค้านกล่าวหาว่าพยายามยื้อเวลา ทั้งที่รัฐบาลไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น จึงเสนอให้มีการอภิปรายในสัปดาห์หน้า ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องกลับมาเจรจากันอีกครั้งเพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในเดือน พ.ย.

เมื่อถามว่า หากเลื่อนไปเป็นเดือน พ.ย. โอกาสที่ฝ่ายค้านจะได้อภิปราย 5 วันมีน้อยใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ข้อเสนอล่าสุดของฝ่ายค้านคือ หากอภิปรายในสัปดาห์หน้าต้องการเวลา 5 วัน แต่หากเลื่อนไปเป็นเดือน พ.ย. ขอเวลาอภิปราย 4 วัน ซึ่งรัฐบาลก็พิจารณาตามกรอบดังกล่าว โดยใช้เวลาอภิปราย 4 วัน และลงมติอีก 1 วัน รวมเป็น 5 วัน